PC Gamer วิจารณ์อุตสาหกรรมเกมที่ขับเคลื่อนผิดทางทั้ง Sony และ Microsoft
บทความของ PC Gamer ชี้ให้เห็นภาพรวมของอุตสาหกรรมเกมที่กำลังเดินหน้าอย่างสับสน ภายใต้การตัดสินใจของผู้บริหารที่มุ่งเน้นตัวเลขระยะสั้นมากกว่าความยั่งยืนในระยะยาว ผู้เขียนใช้โทนเสียดสีเพื่อสะท้อนความ…

บทความของ PC Gamer ชี้ให้เห็นภาพรวมของอุตสาหกรรมเกมที่กำลังเดินหน้าอย่างสับสน ภายใต้การตัดสินใจของผู้บริหารที่มุ่งเน้นตัวเลขระยะสั้นมากกว่าความยั่งยืนในระยะยาว ผู้เขียนใช้โทนเสียดสีเพื่อสะท้อนความรู้สึกว่าธุรกิจเกมในปัจจุบันเหมือนยานพาหนะที่กำลังแล่นเข้าใกล้หน้าผา โดยคนที่อยู่หลังพวงมาลัยดูเหมือนจะไม่ได้เข้าใจเส้นทางเท่าที่ควร
ฝั่ง Sony ถูกยกเป็นตัวอย่างสำคัญของความล้มเหลวในการไล่ตามโมเดลเกมบริการต่อเนื่องหรือ live-service บริษัททุ่มทรัพยากรจำนวนมากให้กับโครงการที่ไม่สำเร็จ เช่น Concord ที่ล้มเหลวตั้งแต่ช่วงเปิดตัว และโปรเจกต์สปินออฟ God of War แบบ live-service ที่สุดท้ายกระทบต่อสตูดิโอ Bluepoint จนถึงขั้นมีรายงานการปิดตัวในปี 2026 แม้จะยกเลิกแผน live-service ไปแล้วหลายโครงการ แต่ผู้บริหารระดับสูงของ Sony ก็ยังย้ำว่าจะเดินหน้าลองทำต่อ แสดงให้เห็นว่าบริษัทอาจยังไม่ยอมถอยจากทิศทางที่มีปัญหา
ประเด็นที่ผู้เขียนมองว่าน่าขันยิ่งกว่าคือการที่ Sony ปลดคนเกือบทั้งหมดของทีม Destiny 2 ที่ Bungie หลังยุติการพัฒนาคอนเทนต์ต่อเนื่อง ทั้งที่ทีมนี้มีประสบการณ์สูงและเพิ่งช่วยดึงผู้เล่นกลับมาได้จำนวนมากในอัปเดตสำคัญครั้งสุดท้าย บทความตั้งคำถามว่าแทนที่จะรักษาความเชี่ยวชาญของคนที่เคยพาเกมบริการที่ประสบความสำเร็จที่สุดเกมหนึ่งในตลาดยืนระยะมานานหลายปี Sony กลับเลือกตัดต้นทุนและทุ่มอนาคตไปกับ Marathon ซึ่งยังไม่แสดงสัญญาณว่ากำลังไปได้ดีนัก
อีกด้านหนึ่ง Sony ยังประกาศเดินหน้าเลิกผลิตแผ่นเกมแบบกายภาพในช่วงปี 2028 และจะเปลี่ยนไปสู่การขายแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ ผู้เขียนชี้ว่าตัวเลขบนงบไตรมาสอาจดูดีขึ้น แต่การตัดช่องทางขายแผ่นอาจไปบั่นทอนตลาดมือสองและลดความคุ้มค่าของการสะสมเกมสำหรับผู้เล่นบางกลุ่ม โดยเฉพาะคนที่เคยใช้การขายต่อเกมเก่าเป็นเหตุผลสำคัญในการอยู่กับคอนโซล
ฝั่ง Microsoft และแบรนด์ Xbox ถูกวิจารณ์หนักยิ่งกว่า ในมุมของผู้เขียน บริษัททุ่มเงินมหาศาลกับการซื้อกิจการสตูดิโอและผู้ผลิตเกมจำนวนมาก โดยเดิมพันอนาคตทั้งหมดไว้กับ Game Pass แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปตามที่หวัง เพราะจำนวนสมาชิกไม่เติบโตพอจะรองรับโมเดลธุรกิจ ขณะเดียวกันก็มีทั้งการตลาดที่ผิดพลาด การจัดการการเปิดตัวที่สับสน และการปลดพนักงานครั้งใหญ่เป็นระยะ
บทความยกตัวอย่างการปิดสตูดิโอ Tango Gameworks ทั้งที่เกม Hi-Fi Rush ได้รับคำชมและทำผลงานได้เกินความคาดหมาย รวมถึงการที่ Xbox ออกข้อความแสดงความมั่นใจต่อเส้นทางธุรกิจของตนในเวลาเดียวกับการประกาศเลิกจ้างคนจำนวนมาก ผู้เขียนมองว่าแนวทางเช่นนี้สะท้อนความย้อนแย้งในระดับโครงสร้าง คือบริษัทกำลังซื้อกิจการและขยายอาณาจักรอย่างดุเดือด แต่เมื่อผลลัพธ์ไม่เป็นดังหวังก็กลับเลือกตัดทอนต้นทุนอย่างรุนแรงแทน
การปรับโครงสร้างล่าสุดภายใต้ผู้บริหารคนใหม่ Asha Sharma ทำให้เกิดการเลิกจ้างราว 1,600 คนทันที และอาจมีเพิ่มอีกจำนวนใกล้เคียงกันในอนาคต กระทบแทบทุกส่วนสำคัญของเครือ Xbox ตั้งแต่ Bethesda, ZeniMax, Blizzard, King, Mojang ไปจนถึง Xbox Game Studios หลายทีม โดยเฉพาะ ZeniMax Online Studios และ id Software ที่ถูกลดกำลังคนอย่างหนัก ทั้งที่ทั้งสองสตูดิโอมีผลงานสำคัญและเทคโนโลยีที่มีคุณค่าต่อระบบนิเวศของ Microsoft เอง
โดยรวม บทความนี้ไม่ได้เป็นเพียงข่าวเลิกจ้างหรือคำวิจารณ์ต่อเกมบริการ แต่เป็นการตั้งข้อสังเกตว่าอุตสาหกรรมเกมรายใหญ่กำลังถูกขับเคลื่อนโดยผู้บริหารที่ตัดสินใจด้วยกรอบความคิดด้านการเงินมากกว่าความเข้าใจในตัวสินค้าและชุมชนผู้เล่น ผลที่ตามมาคือการปิดสตูดิโอ การสูญเสียบุคลากรที่มีประสบการณ์ และความเสี่ยงต่ออนาคตของแฟรนไชส์สำคัญจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลยาวนานเกินกว่ารอบงบไตรมาสใด ๆ


