พอล เบตตานีย์มอง Vision รู้สึกถูกทอดทิ้งจากเหล่า Avengers ใน VisionQuest
บทสัมภาษณ์ของ IGN ชิ้นนี้พูดถึงการกลับมาของ Vision ในซีรีส์ใหม่ VisionQuest บน Disney+ โดยพอล เบตตานีย์กลับมารับบทซินธิซอยด์ตัวนี้อีกครั้ง พร้อมด้วยเจมส์ สเปเดอร์ในบท Ultron และบรรดา AI สำคัญจาก MCU…

บทสัมภาษณ์ของ IGN ชิ้นนี้พูดถึงการกลับมาของ Vision ในซีรีส์ใหม่ VisionQuest บน Disney+ โดยพอล เบตตานีย์กลับมารับบทซินธิซอยด์ตัวนี้อีกครั้ง พร้อมด้วยเจมส์ สเปเดอร์ในบท Ultron และบรรดา AI สำคัญจาก MCU อย่าง JARVIS, FRIDAY และ EDITH แต่ไม่มี Wanda Maximoff หรือเหล่า Avengers อยู่ในเรื่อง ซึ่งสอดคล้องกับสถานะของจักรวาล Marvel ในปัจจุบันที่ตัวละครหลักกระจัดกระจายและทีม Avengers ดั้งเดิมแทบไม่เหลือภาพเดิมแล้ว
ประเด็นสำคัญอยู่ที่บทเปิดของตอนแรก ซึ่ง Vision พูดถึงการที่ดูเหมือนเขาไม่มีศัตรู คนรู้จัก หรือแม้แต่ Avengers มาตามหาอีกต่อไป เมื่อถูกถามว่าประโยคนี้สะท้อนความรู้สึก “ถูกทอดทิ้ง” หรือไม่ เบตตานีย์ตอบว่ามันเป็นเช่นนั้นจริง และอธิบายว่าตัวละครนี้ถูกสร้างจากความรู้สึกเป็นคนนอกของเขาเองในวัยเด็ก ที่เคยถูกกลั่นแกล้งและไม่คิดว่าจะเข้ากับใครได้ง่าย ๆ จึงตีความช่วงเวลานั้นเป็นภาพของคนที่นั่งโดดเดี่ยวอยู่ที่งานเต้นรำและต้องรวบรวมความกล้าจะเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
บทความยังขยายไปถึงมิติของ Wanda และ Ultron ในเรื่อง โดยชี้ว่าผู้ชมจำนวนมากคงไม่เชื่อว่า Scarlet Witch ตายจริงหลังเหตุการณ์ใน Doctor Strange in the Multiverse of Madness ขณะที่ Vision ในสถานะปัจจุบันยังคงห่างเหินจากอารมณ์ความรู้สึกแบบมนุษย์ และเหมือนยังไม่ยึดโยงกับ Wanda มากนัก ส่วน Ultron ที่กลับมาในฐานะตัวละครที่ถูกกักขังอยู่ในโลกจำลองของ Vision ก็มีท่าทีมอง Wanda แบบไม่ใส่ใจนัก โดยสื่อถึงมุมมองที่ว่าเขา “อยู่กับปัจจุบัน” มากกว่าอดีต
เบตตานีย์และสเปเดอร์ยังพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Vision กับ Ultron ในฐานะที่มีทั้งความเป็นพ่อ ลูก และนักบำบัดแบบบิดเบี้ยวปะปนกันไป เบตตานีย์มอง Ultron เป็นเหมือนพ่อที่มีความวิปลาสแต่ก็เป็นผู้ชี้ทาง ขณะที่สเปเดอร์มองว่า Ultron จริง ๆ แล้วให้ความสำคัญอย่างมากกับวิธีที่ Vision มองเขา แม้จะแสร้งทำเป็นไม่แคร์ก็ตาม สิ่งนี้ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่มีมิติด้านอารมณ์มากกว่าศัตรูที่มาปะทะกันธรรมดา
ทั้งสองนักแสดงยังโยงกลับไปยังฉากสำคัญใน Avengers: Age of Ultron ที่เคยปลูกเมล็ดแนวคิดของความสัมพันธ์นี้ไว้ โดยสเปเดอร์อธิบายว่าซีรีส์ใหม่เหมือนการนำเมล็ดเล็ก ๆ จากฉากเดิมมาขยายจนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่ที่ทั้งตลก เศร้า ลึกซึ้ง และชวนตื่นเต้น เขายังชี้ว่า Vision ผ่านประสบการณ์มากมายจนมี “ความสงสัยจริง ๆ” ต่อโลกที่เต็มไปด้วยความโกลาหล และพยายามทำความเข้าใจกับมนุษยชาติในมุมที่ต่างจาก Ultron ซึ่งเป็นตัวแทนของความวุ่นวายและการแสวงหาบางสิ่งที่มากขึ้นเรื่อย ๆ
โดยรวม บทความนี้นำเสนอ VisionQuest ในฐานะซีรีส์ที่ไม่ได้เป็นแค่การดึงตัวละครเก่ากลับมา แต่เป็นการสำรวจตัวตน ความโดดเดี่ยว ความสัมพันธ์ระหว่างผู้สร้างกับสิ่งสร้าง และคำถามเรื่องการค้นหาที่ทางของ Vision ในจักรวาล MCU ที่เปลี่ยนไป พร้อมย้ำว่าสตรีมมิงบน Disney+ เปิดให้ชมแล้ว

