Dragon Ball Xenoverse 3 ชูระบบ Soul Switch เพิ่มสีสันเกมต่อสู้อนิเมะ
IGN รายงานความประทับใจจากเดโมของ Dragon Ball Xenoverse 3 ที่ Bandai Namco นำมาให้ทดลองในโตเกียว โดยมองว่าภาคใหม่นี้พยายามยกระดับเกมต่อสู้อนิเมะแบบเดิม ๆ ด้วยแนวทางที่สดใหม่ขึ้น โดยเฉพาะการเน้นโหมดร่วม…

IGN รายงานความประทับใจจากเดโมของ Dragon Ball Xenoverse 3 ที่ Bandai Namco นำมาให้ทดลองในโตเกียว โดยมองว่าภาคใหม่นี้พยายามยกระดับเกมต่อสู้อนิเมะแบบเดิม ๆ ด้วยแนวทางที่สดใหม่ขึ้น โดยเฉพาะการเน้นโหมดร่วมมือแบบ PvE และระบบปรับแต่งตัวละครที่ลึกขึ้นมากกว่าภาคก่อน
จุดเด่นที่สื่อชี้ให้เห็นคือเกมไม่ได้พึ่งแค่ความเป็น Dragon Ball หรือการเล่นซ้ำสูตรเดิม แต่พยายามสร้างประสบการณ์แบบชุมชนออนไลน์ผ่านล็อบบี้ขนาดใหญ่และภารกิจแนวเรดที่ชวนให้ผู้เล่นร่วมมือกันมากกว่าปะทะกันตรง ๆ แนวทางนี้ทำให้เกมดูเหมือนเป็น “พื้นที่พบปะออนไลน์” มากพอ ๆ กับเป็นเกมต่อสู้ และช่วยลดความจำเจที่มักเจอในอนิเมะไฟท์เตอร์หลายเกม
ตัวเกมวางฉากหลังในยุค Age 1000 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตัวละครสำคัญจำนวนมากจากต้นฉบับหายไปแล้ว เปิดทางให้ผู้เล่นสร้างเรื่องราวของตัวเองได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน Bandai Namco ยังระบุว่าภาคนี้ใช้เอกสารและแนวคิดที่เหลือไว้จากอากิระ โทริยามะ เพื่อช่วยกำหนดทิศทางยุคใหม่ของแฟรนไชส์ ภายในเรื่องยังบอกว่าจะมีเนื้อเรื่องยาวที่สุดในซีรีส์ และการออกแบบงานศิลป์ก็สะท้อนการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่หลังการจากไปของผู้สร้างต้นฉบับ
ในการทดสอบ ผู้เล่นสามารถเลือกเผ่าพันธุ์ได้หลายแบบ เช่น Human, Saiyan, Namekian และ Frieza โดยเดโมเน้นการเล่นแบบทีมในล็อบบี้ออนไลน์มากกว่าการดวลแบบอารีนา ระบบต่อสู้ยังคงเป็นสไตล์ที่เข้าใจง่ายแต่ให้อารมณ์พลังปะทะรุนแรงตามแบบ Dragon Ball ซึ่งถูกปรับให้เหมาะกับการเล่นเป็นฝูงศัตรูจำนวนมากในภารกิจแบบเรด
ไฮไลต์สำคัญคือระบบ Soul Switch ที่สะสมพลังจากการโจมตีศัตรูเพื่อให้ผู้เล่นแปลงร่างหรือสวมบทของตัวละครระดับตำนานชั่วคราว เช่น Tien หรือ Jiren โดยจะได้ชุดท่าและแอนิเมชันเฉพาะของตัวละครนั้น ๆ ไปด้วย ระบบนี้ถูกมองว่าเป็นทั้งลูกเล่นที่มันส์และเป็นวิธีแก้ปัญหาความซ้ำซากของเกมแนวนี้ เพราะไม่ใช่แค่ให้ผู้เล่นสลับตัวเพื่อเอาชนะสถานการณ์ แต่ยังผูกเข้ากับการพัฒนาความสัมพันธ์กับตัวละครที่เลือกเป็นเมนเทอร์ด้วย
Bandai Namco ยังย้ำว่าการออกแบบระบบนี้มีเป้าหมายรองรับพฤติกรรมผู้เล่นที่มักยึดติดกับตัวละครโปรดอยู่แล้ว จึงเพิ่มทั้งสกิลทรี บทสนทนาเฉพาะ และรูปแบบการต่อสู้ที่ต่างกันแม้จะเป็นตัวละครซ้ำชื่อเดียวกัน เช่น Goku หลายเวอร์ชัน เพื่อขยายทางเลือกโดยไม่บังคับให้ผู้เล่นต้องเปลี่ยนสไตล์ตามเมตาเสมอไป
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือความพยายามให้ผู้เล่นสร้างตัวละครได้ในเชิงฟังก์ชันและภาพลักษณ์มากขึ้น ทั้งการเลือกชุด อัปเกรดแนวทางโจมตีระยะไกล หรือปรับท่าและสไตล์การต่อสู้ให้คล้ายเมนเทอร์ที่ต้องการได้ แม้การปรับเหล่านี้ไม่ได้เปลี่ยนค่าสถานะอย่างมีนัยสำคัญทั้งหมด แต่ก็ช่วยเพิ่มความรู้สึกเป็นเจ้าของและความสนุกในการสร้างคาแรกเตอร์ของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวยังมองว่าโหมดภารกิจบางแบบที่เน้นตั้งรับอาจสร้างปัญหากับผู้เล่นที่ชอบเล่นบุกลุยเต็มที่ เพราะเกมดูเหมือนจะผลักให้ทุกคน “เป็นฮีโร่” พร้อมกัน ซึ่งอาจทำให้การประสานงานในทีมยุ่งยากหากไม่มีระบบช่วยสื่อสารที่ดี แม้จะมีข้อกังวลเหล่านี้ แต่ภาพรวมจากเดโมทำให้ Xenoverse 3 ดูเหมือนกำลังมุ่งไปสู่ทิศทาง PvE แบบร่วมมือที่แข็งแรงขึ้น และอาจเป็นภาคที่ต่อยอดชุมชนผู้เล่นเดิมได้ดีมากกว่าการยึดติดกับสูตรเกมต่อสู้แบบเดิม


