ภาคต่อ Dungeons & Dragons มีบทแล้ว แต่อนาคตยังไม่แน่นอนเพราะเหตุผลด้านการเงิน
โจนาธาน โกลด์สตีน หนึ่งในผู้กำกับร่วมของภาพยนตร์ Dungeons & Dragons: Honor Among Thieves เปิดเผยว่าทีมงานได้เขียนบทภาคต่อไว้เรียบร้อยแล้ว แต่เขาไม่มั่นใจว่าหนังจะได้สร้างและออกฉายจริงในเร็ว ๆ นี้ โดย…

โจนาธาน โกลด์สตีน หนึ่งในผู้กำกับร่วมของภาพยนตร์ Dungeons & Dragons: Honor Among Thieves เปิดเผยว่าทีมงานได้เขียนบทภาคต่อไว้เรียบร้อยแล้ว แต่เขาไม่มั่นใจว่าหนังจะได้สร้างและออกฉายจริงในเร็ว ๆ นี้ โดยให้เหตุผลหลักว่าเป็นเรื่องของต้นทุนและความคุ้มค่าทางการเงิน ภาพยนตร์แฟนตาซีแนวผจญภัยเรื่องนี้ต้องใช้งบประมาณสูง และแม้จะได้รับคำชมจากทั้งผู้ชมและนักวิจารณ์ แต่รายได้รวมทั่วโลกก็ยังไม่สูงพอที่จะทำให้การเดินหน้าสร้างภาคต่อดูมั่นคงนัก
โกลด์สตีนระบุว่าทีมงานถูกว่าจ้างให้เขียนบทภาคต่อ และมองว่าเนื้อเรื่องที่เตรียมไว้จะน่าพอใจสำหรับแฟน ๆ หากได้สร้างจริง เขายังย้ำว่าทีมสร้างชุดเดิมยังมีความผูกพันกับนักแสดงและโลกของภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่ในเชิงธุรกิจแล้ว ความเป็นไปได้กลับไม่สดใสนัก เพราะภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ลักษณะนี้มีต้นทุนสูงและต้องทำรายได้ให้แข็งแรงกว่าที่ผ่านมามาก
รายงานชี้ว่า Dungeons & Dragons: Honor Among Thieves ทำรายได้ทั่วโลกประมาณ 205.46 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าใช้ได้เมื่อมองแบบผิวเผิน แต่หากเทียบกับงบสร้างที่รายงานกันว่าราว 150 ล้านดอลลาร์ก่อนรวมค่าโปรโมตแล้ว ผลลัพธ์ยังไม่ถึงจุดที่ทำให้สตูดิโอมั่นใจในการลงทุนภาคต่อ นี่จึงเป็นสาเหตุที่คำว่า “financial reasons” กลายเป็นประเด็นสำคัญของข่าวครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม การที่มีบทภาคต่อถูกเขียนไว้แล้วสะท้อนว่าในช่วงหนึ่ง Paramount เคยมีความสนใจจะขยายแฟรนไชส์ต่อจริง ภาพยนตร์ภาคแรกเองก็สร้างฐานแฟนได้ไม่น้อย และยังถูกยกให้เป็นการดัดแปลงเกมกระดานสู่จอที่ทำได้ค่อนข้างสมดุล ระหว่างการเคารพต้นฉบับกับการเปิดทางให้ผู้ชมหน้าใหม่เข้าถึงได้ง่าย
ตัวเลขจาก Rotten Tomatoes ก็สะท้อนกระแสตอบรับที่ดี โดยฝั่งนักวิจารณ์และผู้ชมให้คะแนนอยู่ในระดับสูง ขณะที่ IGN ให้คะแนน 7/10 พร้อมมองว่าเป็นหนังแฟนตาซีที่เข้าใจวัฒนธรรม D&D ทั้งในแง่การหยอกล้อและการให้เกียรติแฟนเดิมไปพร้อมกัน
ถึงกระนั้น อนาคตของภาคต่อยังไม่ชัดเจน เพราะ Paramount เองอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลงภายในและมีการตัดสินใจด้านธุรกิจที่ผันผวนอยู่เสมอ อดีตซีอีโอของ Paramount Pictures เคยพูดว่าสนใจจะทำภาคสอง หากสามารถลดต้นทุนลงได้ ส่วนคริส ไพน์ นักแสดงนำก็เคยแสดงความมั่นใจว่าภาคต่ออาจเกิดขึ้นสักวันหนึ่ง แต่จากสถานการณ์ล่าสุด ทุกอย่างยังคงเป็นเพียงความหวังมากกว่าความแน่นอน


