หัวหน้าแผนกยานยนต์ของ Nvidia ชี้อุตสาหกรรมรถกำลังก้าวสู่ “รถที่ขับด้วย AI”
บทสัมภาษณ์ของ Xinzhou Wu หัวหน้าแผนกยานยนต์ของ Nvidia มองอุตสาหกรรมรถยนต์กำลังเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่จากรถที่ขับเคลื่อนด้วยฮาร์ดแวร์และ ECU จำนวนมาก ไปสู่ “software-defined vehicle” และต่อจากนั้นคือ “AI-…

บทสัมภาษณ์ของ Xinzhou Wu หัวหน้าแผนกยานยนต์ของ Nvidia มองอุตสาหกรรมรถยนต์กำลังเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่จากรถที่ขับเคลื่อนด้วยฮาร์ดแวร์และ ECU จำนวนมาก ไปสู่ “software-defined vehicle” และต่อจากนั้นคือ “AI-defined vehicle” ที่ใช้คอมพิวติ้งรวมศูนย์และอัปเดตความสามารถผ่านซอฟต์แวร์ได้ต่อเนื่อง เขาอธิบายว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่เรื่องฟังก์ชันใหม่ ๆ แต่กำลังนิยามตัวตนของรถยนต์ใหม่ทั้งระบบ
Wu เล่าจากประสบการณ์ทำงานในอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่า 15 ปี ทั้งฝั่ง Qualcomm, ผู้ผลิตรถจีน และปัจจุบันคือ Nvidia โดยชี้ว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รถยนต์ค่อย ๆ เปลี่ยนจากเครื่องจักรเชิงกลที่มีระบบไฟฟ้ากระจัดกระจาย ไปเป็นแพลตฟอร์มที่รับการอัปเกรดผ่าน OTA และใช้คอมพิวเตอร์หลักไม่กี่ชุดคุมการทำงานแทบทั้งหมด เขามองว่าการมาถึงของ generative AI จะยิ่งเร่งให้ซอฟต์แวร์ในรถถูกเขียนใหม่และฉลาดขึ้นมากกว่าเดิม
ประเด็นสำคัญอีกด้านคือเรื่องสถาปัตยกรรมรถแบบรวมศูนย์หรือ central compute ซึ่งลดการพึ่งพา ECU จำนวนมาก Nvidia เชื่อว่าแนวทางนี้กำลังกลายเป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่ในกลุ่มผู้ผลิตรถรุ่นใหม่ แต่รวมถึงค่ายรถดั้งเดิมที่ต้องเร่งปรับตัวด้วย Wu ยกตัวอย่างตลาดจีนที่เปลี่ยนเร็วมากในช่วงปี 2018-2023 เพราะสร้างบนฐาน EV ตั้งแต่ต้น จึงไม่ต้องแบกรับภาระของโครงสร้างรถน้ำมันแบบเดิม
เขายังย้ำว่าบทบาทของ Nvidia ในตลาดรถยนต์ไม่ได้จำกัดแค่การขายชิป แต่รวมถึงการสร้างแพลตฟอร์มสำหรับระบบขับขี่อัตโนมัติและซอฟต์แวร์รถรุ่นใหม่ โดยเฉพาะความร่วมมือกับผู้ผลิตอย่าง Mercedes ที่นำสถาปัตยกรรมคอมพิวติ้งรุ่นใหม่ไปใช้ในรถรุ่นล่าสุด ขณะเดียวกัน เขายอมรับว่าการทำงานใน Nvidia ต้องแข่งขันแย่งทรัพยากรและกำลังประมวลผลกับธุรกิจ AI ที่เติบโตมหาศาลของบริษัทเอง ซึ่งสะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนและความต้องการของลูกค้าในวงการยานยนต์ที่ยังค่อนข้างระมัดระวัง
บทสนทนายังแตะถึงอนาคตของระบบขับขี่อัตโนมัติ โดยเฉพาะแนวทางที่ Nvidia ผสมผสาน “classic stack” เข้ากับโมเดล reasoning เพื่อให้รถตัดสินใจได้ซับซ้อนขึ้น Wu อธิบายภาพของ AI ที่อาจ “คุยกับตัวเอง” เพื่อหาคำตอบว่าควรขับอย่างไร ซึ่งสะท้อนว่าการขับอัตโนมัติรุ่นถัดไปอาจไม่ใช่แค่การตรวจจับวัตถุ แต่เป็นการคิดเชิงบริบทมากขึ้นในสถานการณ์จริง
ท้ายที่สุด การสัมภาษณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าการแข่งกันในอุตสาหกรรมรถยนต์กำลังย้ายจากเรื่องเครื่องยนต์และฮาร์ดแวร์ ไปสู่เรื่องแพลตฟอร์มคอมพิวติ้ง ซอฟต์แวร์ และ AI อย่างเต็มตัว แม้เส้นทางสู่รถขับเองและรถไฟฟ้าจะยังมีอุปสรรค ทั้งต้นทุน กฎระเบียบ และการยอมรับของตลาด แต่ Nvidia มองว่าทิศทางใหญ่ของอุตสาหกรรมได้เปลี่ยนไปแล้ว และผู้ผลิตรถที่ปรับตัวช้าจะเสียเปรียบในรอบใหม่นี้


