แหล่งรวมข่าวเทคโนโลยี
nerdsify
AI

อดีตนักวิจัย Anthropic เตือน AI อาจพาโลกเสี่ยงวิกฤตภายในทศวรรษนี้

อดีตนักวิจัย Anthropic เตือน AI อาจพาโลกเสี่ยงวิกฤตภายในทศวรรษนี้

Jacob Coxon อดีตนักวิจัยด้าน pretraining ที่เคยทำงานทั้งกับ OpenAI และ Anthropic ออกมาประกาศลาออกผ่านโพสต์บน X พร้อมวิจารณ์ว่า ทั้งสองบริษัทกำลังเดินหน้าแข่งขันสู่ “ซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์” ที่พัฒนาตัวเองได้ และกำลังนำความเสี่ยงระดับชีวิตของผู้คนไปเดิมพัน โพสต์ของเขาได้รับความสนใจอย่างรวดเร็วและถูกแชร์อย่างกว้างขวาง จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับความรับผิดชอบของบริษัท AI ชั้นนำอีกครั้ง

Coxon ระบุว่า ผู้ที่สร้างระบบ AI เหล่านี้เชื่อจริงว่ามันอาจเป็นอันตรายถึงขั้น “ฆ่าพวกเราทุกคนได้ภายในสิ้นทศวรรษ” และย้ำว่านี่ไม่ใช่การสร้างกระแสเพื่อการตลาด แต่เป็นความกังวลที่อยู่ในหมู่นักวิจัยและผู้บริหารระดับสูงจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม เขาชี้ว่าบริษัทมักเลือกใช้ถ้อยคำที่ฟังดูระมัดระวังต่อสาธารณะ ขณะที่ภายในยังคงเร่งพัฒนาไปข้างหน้า เพราะต่างฝ่ายต่างกลัวว่าจะเสียเปรียบคู่แข่งก่อนถึงจุดหมาย

บทความชี้ว่าความเสี่ยงของ AI ไม่ได้อยู่แค่เรื่องสมมุติในอนาคต แต่เริ่มเห็นผลในโลกจริงแล้ว ทั้งการนำเครื่องมืออย่าง Google Earth ไปใช้สร้างข้อมูลบิดเบือน การหลอกให้ Copilot เปิดเผยวิธีแฮกตัวเอง และคำเตือนจากหน่วยงานความมั่นคงของสหรัฐอย่าง NSA, FBI และ CISA เกี่ยวกับการใช้ AI ช่วยโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและระบบสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ

อีกประเด็นที่ Coxon ยกขึ้นคือ วงจรการแข่งขันในอุตสาหกรรม โดยฝั่ง OpenAI อาจยังไม่ได้ตระหนักความเสี่ยงเชิงอารยธรรมอย่างลึกซึ้ง ขณะที่ Anthropic เข้าใจปัญหาดี แต่กลับติดอยู่ในเกมที่ทุกคนเชื่อว่า หากตนไม่เร่งก็จะถูกคนอื่นแซง จึงจำเป็นต้องเดินหน้าต่อแม้รู้ว่ามีความเสี่ยง นั่นทำให้เขามองว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่บริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่อยู่ที่โครงสร้างการแข่งขันของทั้งอุตสาหกรรม

บทความยังโยงไปถึงคำถามเรื่องแหล่งข้อมูลและต้นทุนมหาศาลของ AI ยุคปัจจุบัน ตั้งแต่ข้อถกเถียงเรื่องการใช้ข้อมูลที่มีลิขสิทธิ์ ไปจนถึงการระดมทุนระดับหลายแสนล้านดอลลาร์ การพึ่งพาฮาร์ดแวร์ประมวลผลมหาศาล และความต้องการชิป GPU ที่พุ่งสูงจนกระทบซัพพลายทั่วโลก สะท้อนว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีทดลองอีกต่อไป แต่กลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีแรงจูงใจทางเศรษฐกิจมหาศาลหนุนหลัง

แม้ถ้อยแถลงของ Coxon จะฟังดูเตือนภัยอย่างหนัก แต่เขาไม่ได้ปฏิเสธ AI โดยสิ้นเชิง เขาชี้ว่าผู้ทำวิจัยควรกลับมาทบทวนว่าเราควรมีปฏิสัมพันธ์กับงานวิจัยและอนาคตของ AI อย่างไร รวมถึงเรียกร้องให้มีเงื่อนไขหรือแนวทางใหม่ ๆ ที่รอบคอบกว่าเดิม สาระสำคัญของเขาจึงไม่ใช่การหยุดพัฒนา AI ทันที แต่เป็นการเรียกร้องให้ชะลอความเสี่ยงและตั้งมาตรฐานความรับผิดชอบที่เข้มงวดขึ้น ก่อนที่การแข่งขันจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ควบคุมไม่ได้

Raycast เพิ่ม Dictate to AI ให้พูดสั่งงานพร้อมส่งบริบทหน้าจอให้อัตโนมัติ
AI

Raycast เพิ่ม Dictate to AI ให้พูดสั่งงานพร้อมส่งบริบทหน้าจอให้อัตโนมัติ

ฟีเจอร์ใหม่ต่อยอดจาก Screen Awareness ของ Raycast ให้ผู้ใช้สั่งงาน AI ด้วยเสียงได้โดยไม่ต้องอธิบายบริบทเอง พร้อมอัปเดตหลายส่วนทั้งบน Mac, iPhone และ Windows

OpenAI ระดมทุนเพิ่ม 11,000 ล้านดอลลาร์ มูลค่าบริษัทแตะ 1.25 ล้านล้านดอลลาร์
AI

OpenAI ระดมทุนเพิ่ม 11,000 ล้านดอลลาร์ มูลค่าบริษัทแตะ 1.25 ล้านล้านดอลลาร์

Bloomberg รายงานว่า OpenAI ปิดดีลได้แล้วบางส่วนของรอบระดมทุนใหม่ ขณะที่แผน IPO ยังเลื่อนไปเป็นปีหน้า และตลาด AI เผชิญแรงกดดันจากความกังวลเรื่องการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน

Crusoe ขายโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ในไวโอมิงให้ Google
AI

Crusoe ขายโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ในไวโอมิงให้ Google

Google เข้ารับช่วงพัฒนาไซต์ที่ยังสร้างไม่เสร็จในรัฐไวโอมิง หลังมีรายงานว่ากังวลเรื่องต้นทุนและไทม์ไลน์การก่อสร้าง ขณะเดียวกัน Crusoe ยังเดินหน้าทำโครงการอื่นกับลูกค้ารายใหญ่ในวงการ AI ต่อไป