อดีตนักพัฒนา Blizzard อ้างใช้ AI สร้างเอนจินเกมใหม่ ร่วมทุน AMD
มาร์ก เคิร์น อดีตนักพัฒนาจาก Blizzard และผู้ร่วมก่อตั้ง Red 5 Studios กลับมาเป็นข่าวอีกครั้งจากการอ้างว่าเขาใช้ AI ช่วยสร้างเอนจินเกมใหม่ชื่อ Kun-Zhi Engine สำหรับโปรเจกต์ Em-8ER โดยระบุว่าเอนจินนี้…

มาร์ก เคิร์น อดีตนักพัฒนาจาก Blizzard และผู้ร่วมก่อตั้ง Red 5 Studios กลับมาเป็นข่าวอีกครั้งจากการอ้างว่าเขาใช้ AI ช่วยสร้างเอนจินเกมใหม่ชื่อ Kun-Zhi Engine สำหรับโปรเจกต์ Em-8ER โดยระบุว่าเอนจินนี้ถูกพัฒนาขึ้นในแนวทาง “AI-first” ตั้งแต่ต้น แทนที่จะเป็นการนำ AI มาเสริมในภายหลัง เขาบอกว่าทีมใช้เวลาราว 6 เดือนเพื่อแทนที่ Unreal Engine ออกจากเบื้องหลังเกม และทำให้การพัฒนาเดินหน้าเร็วขึ้นมากถึงระดับที่เขาอธิบายว่าเร็วกว่าการทำงานกับ Unreal เดิมถึง 93 เท่า
เคิร์นพยายามชี้ให้เห็นว่าการทำ “vibe coding” ในที่นี้ไม่ใช่แค่การพิมพ์คำสั่งให้ AI เขียนโค้ดแบบง่าย ๆ แต่ต้องอาศัยความรู้ด้านสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์และการจัดโครงสร้างเกมอย่างจริงจัง เขาระบุว่าตัวเอนจินเขียนด้วย C เป็นหลัก มีบางส่วนใช้ Elixir และทำงานบน Vulkan เพื่อเน้นว่ามันเป็นงานพัฒนาเชิงลึก ไม่ใช่เครื่องมือทดลองเล่น ๆ
ในด้านความพร้อมของตัวเกม เขาเผยว่าเวอร์ชันที่อัปเดตล่าสุดมีองค์ประกอบสำคัญหลายอย่าง เช่น ระบบแอนิเมชันตัวละคร การชนกับฉากด้วย collision mesh เครื่องมือส่งออกงานจาก Blender แบบช่วยด้วย AI ระบบเปลี่ยนเสื้อผ้า เอฟเฟกต์ฟิสิกส์ การซิงก์ผู้เล่นแบบ client/server และยานพาหนะที่ควบคุมได้ ภาพและคลิปที่เผยออกมายังแสดงให้เห็นตัวละครและฟีเจอร์ที่ทีมต้องการให้เกมดูเป็นผลงานระดับใช้งานจริง ไม่ใช่เดโมเทคโนโลยีล้วน ๆ
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือเขาระบุว่ามีการใช้ชุดเครื่องมือ AI หลายตัวสลับกันในการพัฒนา ได้แก่ Codex, Grok และ Claude โดยช่วงหลังหันไปใช้ Astra เป็นหลัก ซึ่งสะท้อนแนวทางการทำงานที่ผสมผสานเครื่องมือหลายค่ายเข้าด้วยกันเพื่อเร่งการผลิตโค้ดและเวิร์กโฟลว์ของทีม
อย่างไรก็ดี บทความตั้งข้อสังเกตว่าภาพรวมของเกมและเอนจินยังดูหยาบและไม่เนียนเท่าผลงานที่สร้างด้วย Unreal หรือ Unity แบบดั้งเดิม อีกทั้งภาพที่เผยแพร่ก็เป็นการคัดเลือกช็อตที่ดีที่สุดมาโชว์ จึงยังไม่อาจสรุปได้ว่าประสบการณ์การเล่นจริงจะเป็นอย่างไรเมื่อผู้เล่นหรือผู้สนับสนุนได้ลองใช้งานเต็มรูปแบบ
ในมุมธุรกิจ โปรเจกต์นี้ยังอ้างว่ามีผู้สนับสนุนอย่าง AMD และ Razer เข้ามาเกี่ยวข้อง และตัวเอนจิน Kun-Zhi จะถูกเปิดให้สาธารณะใช้งานในอนาคต โดยเริ่มจากกลุ่มผู้สนับสนุนก่อน ทั้งหมดทำให้กรณีนี้กลายเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการใช้ AI ในการพัฒนาเกมและเอนจินระดับลึก ซึ่งอาจสะท้อนทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรม แต่ก็ยังมีคำถามเรื่องคุณภาพจริง ความเสถียร และความคุ้มค่าของแนวทางนี้อยู่ไม่น้อย


