อาลิสแตร์ แม็กฟาร์เลนลา Facepunch หลังร่วมงานกับ Rust มานาน 11 ปี
อาลิสแตร์ แม็กฟาร์เลน ผู้ดำรงตำแหน่งประธานฝ่ายปฏิบัติการและผู้อำนวยการของ Facepunch Studios ประกาศว่าเขาออกจากสตูดิโอแล้ว โดยวันที่ 30 กรกฎาคมเป็นวันทำงานสุดท้ายของเขา การอำลาครั้งนี้ปิดฉากเส้นทาง…

อาลิสแตร์ แม็กฟาร์เลน ผู้ดำรงตำแหน่งประธานฝ่ายปฏิบัติการและผู้อำนวยการของ Facepunch Studios ประกาศว่าเขาออกจากสตูดิโอแล้ว โดยวันที่ 30 กรกฎาคมเป็นวันทำงานสุดท้ายของเขา การอำลาครั้งนี้ปิดฉากเส้นทางอาชีพยาว 11 ปีที่เริ่มจากงาน QA ก่อนจะไต่เต้าขึ้นมาเป็นโปรดิวเซอร์บริหารของ Rust และกลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่ผู้เล่นรู้จักมากที่สุดของค่าย
แม็กฟาร์เลนระบุว่า Rust และ Facepunch เป็นส่วนสำคัญอย่างมากของชีวิตเขา และการตัดสินใจลาออกถือเป็นเรื่องยากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต เขาย้ำว่าตลอดเวลาที่ทำงานกับเกมนี้ เขาทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจ พร้อมบอกว่าเขาภูมิใจกับสิ่งที่ทีมสร้างร่วมกัน และมองว่าตัวเองได้ทำตามความฝันในวัยเด็กที่อยากทำงานกับเกมนี้ให้สำเร็จ
เขายังกล่าวชื่นชมทีมพัฒนา Rust ว่าเป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรมเกม เพราะสามารถอัปเดตเกมได้อย่างต่อเนื่องทุกเดือนตลอดกว่าทศวรรษ ทั้งยังทดลองแนวทางใหม่ ๆ และผลักดันตัวเกมไปข้างหน้าอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ เขายังยกเครดิตให้ชุมชนผู้เล่นที่ช่วยให้ Rust เติบโตและยังคงได้รับความนิยมสูง โดยปัจจุบันเกมยังทำสถิติผู้เล่นได้ใกล้ระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ของเกมที่ยาวนาน 13 ปี
สำหรับอนาคตหลังออกจาก Facepunch แม็กฟาร์เลนบอกว่ายังไม่มีแผนเฉพาะเจาะจงในทันที เพราะหลายปีที่ผ่านมาเขาใช้เวลาไปกับ Rust มากจนละเลยด้านอื่น ๆ ของชีวิต ตอนนี้เขาอยากแบ่งเวลาให้กับเรื่องที่เคยต้องสละไปมากขึ้น
ตลอดช่วงเวลาที่อยู่กับ Facepunch เขาเป็นที่รู้จักในฐานะบุคคลสาธารณะของสตูดิโอจากการสื่อสารบน Reddit และโซเชียลมีเดียอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงมีบุคลิกที่ตรงไปตรงมาและชอบเล่นมุกกับชุมชน จนทำให้แฟน ๆ จำนวนมากมองเขาในแง่ดีและติดตามข่าวของสตูดิโอผ่านเขาโดยตรง
บทความยังยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่สะท้อนสไตล์ของเขา เช่น การเสนอซื้อเกม New World จาก Amazon ในราคา 25 ล้านดอลลาร์เมื่อต้นปี และการทำให้เกิดกระแสลือว่า Rust 2 อาจกำลังพัฒนา ก่อนที่แกรี นิวแมน หัวหน้า Facepunch จะออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าวในเวลาต่อมา โดยรวมแล้ว การจากไปของแม็กฟาร์เลนถือเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของ Facepunch และ Rust ในช่วงที่เกมยังคงมีฐานผู้เล่นแข็งแกร่งมากที่สุดช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์เกม


