FBI จับหนุ่มฟลอริดา เอี่ยวเกม Steam ฝังมัลแวร์ขโมยคริปโต
เอฟบีไอจับกุมชายวัย 21 ปีจากรัฐฟลอริดา ฐานต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายที่ใช้เกมบน Steam เป็นช่องทางแพร่มัลแวร์ไปยังคอมพิวเตอร์ราว 8,000 เครื่อง ก่อนนำข้อมูลส่วนตัวที่ขโมยได้ไปเจาะกระเป๋าคริป…

เอฟบีไอจับกุมชายวัย 21 ปีจากรัฐฟลอริดา ฐานต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายที่ใช้เกมบน Steam เป็นช่องทางแพร่มัลแวร์ไปยังคอมพิวเตอร์ราว 8,000 เครื่อง ก่อนนำข้อมูลส่วนตัวที่ขโมยได้ไปเจาะกระเป๋าคริปโตและโกยเงินมากกว่า 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ ข้อกล่าวหานี้ระบุว่าเขาร่วมมือกับผู้สมคบคิดอีก 2 คน โดยใช้เกมหลายชื่อที่ถูกปลอมแฝงมัลแวร์เผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลและแชตอย่าง Discord, Telegram, X และ LinkedIn เพื่อหลอกให้ผู้ใช้ดาวน์โหลด
เอกสารคดีของเอฟบีไอไม่ได้เอ่ยชื่อ Steam ตรง ๆ แต่บรรยายว่าเป็นบริการจัดจำหน่ายเกมดิจิทัลรายใหญ่ และระบุชื่อเกมที่ถูกใช้เป็นพาหะ ได้แก่ Dashverse, Lunara, PirateFi, Blockblasters และ Lampy ซึ่งเคยถูกนำมาเชื่อมโยงกับเหตุการณ์นี้มาก่อนหน้านี้ หน่วยงานเชื่อว่ากลุ่มผู้ต้องสงสัยยังใช้แชตบอตช่วยคัดกรองเหยื่อ โดยเน้นเป้าหมายที่มีคริปโตจำนวนมากอยู่ในครอบครอง
การสืบสวนเริ่มค่อย ๆ คลี่คลายจากร่องรอยดิจิทัลหลายชั้น ทั้งข้อมูลคุกกี้ของ Google ที่โยงอีเมลผู้พัฒนาเกมกับอุปกรณ์และเบราว์เซอร์ที่เชื่อมกับบัญชีอื่น ๆ รวมถึงบัญชี Apple และ T-Mobile เมื่อมีหมายค้นไปยังที่อยู่ที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ได้ยึดอุปกรณ์หลายชิ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 และพบข้อความที่ใช้ประสานงานเครือข่าย รวมถึงหลักฐานการโอนบิตคอยน์ไปยังบัญชีใน Signal ที่ใช้ชื่อ “Sibel.eth” ซึ่งภายหลังเชื่อมโยงกลับมาถึงผู้ต้องสงสัย
เอฟบีไอระบุว่าเงินที่ได้จากการโจรกรรมถูกนำไปซื้อบัตรของขวัญมากกว่า 150 ใบ และบางส่วนถูกใช้จ่ายกับ UberEats ทำให้การติดตามเส้นทางเงินทำได้ง่ายขึ้นจากข้อมูลบัญชีและอีเมลของมหาวิทยาลัย ผู้สมรู้ร่วมคิดที่เป็นผู้เขียนมัลแวร์ยังไม่ได้รับการเปิดเผยชื่อ แต่เจ้าหน้าที่เชื่อว่ากลุ่มนี้ปฏิบัติการต่อเนื่องเป็นเวลาราว 2 ปี และเข้าถึงกระเป๋าคริปโตได้ประมาณ 80 ใบ
คดีนี้สะท้อนว่าเกมที่ดูเหมือนไม่มีพิษภัยสามารถถูกใช้เป็นช่องทางแพร่มัลแวร์และขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อผสานกับการหลอกล่อบนโซเชียลมีเดีย การใช้ข้อมูลที่รั่วไหล และการฟอกเงินผ่านสินทรัพย์ที่ตามรอยได้ไม่ยาก แม้กระทั่งการใช้บัตรของขวัญและบริการส่งอาหารก็อาจกลายเป็นหลักฐานสำคัญในการสืบสวนอาชญากรรมไซเบอร์ได้เช่นกัน


