FCC ภายใต้ Brendan Carr ถูกวิจารณ์ว่ากดดันเสรีภาพสื่อและการแสดงออก
บทความของ The Verge มองว่า Brendan Carr ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ (FCC) กำลังใช้ตำแหน่งและอำนาจกำกับดูแลสถานีโทรทัศน์ วิทยุ และอินเทอร์เน็ตไปในทางที่กระทบเสรีภาพในการแสดงออกของ…

บทความของ The Verge มองว่า Brendan Carr ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ (FCC) กำลังใช้ตำแหน่งและอำนาจกำกับดูแลสถานีโทรทัศน์ วิทยุ และอินเทอร์เน็ตไปในทางที่กระทบเสรีภาพในการแสดงออกของสื่อ โดยเฉพาะหลัง Donald Trump กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สอง
เนื้อหาชี้ว่า Carr มีท่าทีแข็งกร้าวต่อผู้ประกอบการสื่อที่วิจารณ์หรือเย้ยหยันประธานาธิบดี Trump และมีการใช้แรงกดดันต่อเครือข่ายออกอากาศอย่างชัดเจน จนถึงขั้นทำให้ ABC เคยถอดรายการ Jimmy Kimmel ออกจากผังออกอากาศชั่วคราว เหตุการณ์นี้ถูกยกเป็นตัวอย่างว่าอำนาจกำกับดูแลด้านใบอนุญาตและการเข้าถึงคลื่นความถี่สามารถถูกใช้เป็นเครื่องมือกดทับการพูดโดยเสรีได้
The Verge ยังตั้งกรอบเรื่องนี้ในเชิงสิทธิตามรัฐธรรมนูญ โดยอ้างมุมมองของบรรณาธิการบริหารที่มองว่า Carr กำลังพยายามบ่อนทำลายการคุ้มครองตาม First Amendment มากกว่าจะทำหน้าที่กำกับดูแลอย่างเป็นกลาง บทความจึงไม่ได้มองปรากฏการณ์นี้เป็นเพียงความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างรัฐบาลกับสื่อ แต่เป็นคำถามต่อหลักการพื้นฐานของเสรีภาพสื่อในสหรัฐฯ
นอกจากนี้ บทความยังโยงไปยังประเด็นต่อเนื่องหลายเรื่องที่สะท้อนแนวทางของ Carr ตั้งแต่การปล่อยให้บรรษัทยักษ์ใหญ่ด้านกระจายเสียงมีอิทธิพลเหนือคลื่นวิทยุ/โทรทัศน์ ไปจนถึงท่าทีต่อเนื้อหาที่หลากหลายและประเด็นความ “woke” ในรายการเด็ก รวมถึงการผลักดันกฎระเบียบด้านอินเทอร์เน็ตที่เป็นมิตรต่อผู้ให้บริการมากขึ้น ภาพรวมจึงสื่อว่า FCC ภายใต้การนำของเขากำลังขยับไปในทิศทางที่เอื้อต่ออำนาจรัฐและทุนสื่อรายใหญ่ ขณะที่ความคุ้มครองต่อผู้พูดและผู้ผลิตเนื้อหาอาจลดลง
แก่นของบทความคือการเตือนว่าการกำกับดูแลสื่อไม่ควรถูกใช้เป็นอาวุธทางการเมือง และหากแนวทางของ Carr ดำเนินต่อไป ก็อาจสร้างบรรทัดฐานอันตรายต่อเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและต่อสมดุลระหว่างอำนาจรัฐกับสิทธิพลเมืองในระบบสื่ออเมริกัน


