FF14 เตรียมบุกจักรวาล FF7 ในเรดครอสโอเวอร์ชุดใหญ่ พร้อมปรับบอสให้เข้ากับเกม
Final Fantasy 14 กำลังจะได้ต้อนรับคอนเทนต์จาก Final Fantasy 7 อย่างจริงจังครั้งแรกในรูปแบบเรดครอสโอเวอร์ขนาดใหญ่ โดยภาคเสริม Evercold จะมีเรดซีรีส์ที่อุทิศให้กับไตรภาครีเมกของ FF7 แบบเต็มตัว รวม…

Final Fantasy 14 กำลังจะได้ต้อนรับคอนเทนต์จาก Final Fantasy 7 อย่างจริงจังครั้งแรกในรูปแบบเรดครอสโอเวอร์ขนาดใหญ่ โดยภาคเสริม Evercold จะมีเรดซีรีส์ที่อุทิศให้กับไตรภาครีเมกของ FF7 แบบเต็มตัว รวมทั้งหมด 12 บอส แบ่งออกเป็น 3 ระดับ และจะค่อย ๆ ปล่อยตามอายุของภาคเสริมที่คาดว่าจะยาวราว 2-3 ปี
Naoki Hamaguchi ผู้กำกับ Rebirth และ Revelation ระบุว่าโอกาสนี้เกิดขึ้นได้เพราะตารางวางจำหน่ายของ Evercold กับ Revelation มาใกล้กันพอดี จึงทำให้ทีมงานจากทั้งสองฝั่งมองเห็นทางเลือกที่จะรวมพลังกันสร้างกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นความสนใจของแฟรนไชส์ Final Fantasy ทั้งหมด แทนที่จะปล่อยให้เป็นโปรเจ็กต์แยกกันคนละส่วน
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของบอสและด่านต่าง ๆ ยังถูกเก็บเป็นความลับ Hamaguchi บอกเพียงว่าทีมต้องทำงานร่วมกันทั้งเรื่องเนื้อเรื่องและโครงสร้างการออกแบบ เพราะเรดของ FF14 มีข้อจำกัดเฉพาะตัว โดยเฉพาะการต้องมีบอสขนาดใหญ่และจังหวะการต่อสู้ที่เหมาะกับการเล่นแบบปาร์ตี้ 8 คน ทำให้ไม่สามารถยกตัวละครจาก FF7 มาวางตรง ๆ ได้ทันที
เขายกตัวอย่างว่าถ้าจะนำตัวละครอย่าง Sephiroth หรือ Cloud มาเป็นบอส ก็ต้องหาวิธีอธิบายทั้งด้านลอร์และขนาดของร่างกายให้สมเหตุสมผล ไม่ใช่แค่ให้ตัวละครยืนตัวปกติแล้วให้ผู้เล่นรุมตีเฉย ๆ ทีมจึงต้องคิดทั้งเรื่องเหตุผลภายในโลกของเกมและวิธีทำให้การต่อสู้ดูยิ่งใหญ่พอสำหรับรูปแบบเรดของ FF14
อีกประเด็นสำคัญคือความต่อเนื่องของโลกและความน่าเชื่อถือของเนื้อเรื่อง Hamaguchi ย้ำว่าถ้าตัวละครจาก FF7 โผล่มาแบบไม่มีคำอธิบาย ผู้เล่นจะรู้สึกว่ามันไม่เข้ากัน ดังนั้นจึงต้องมีการวางกรอบให้ชัดเจนว่าโลกทั้งสองจะเชื่อมกันอย่างไร โดยมี Kazushige Nojima ผู้เขียนบท FF7 ภาคต้นฉบับ เข้ามาช่วยดูด้านความถูกต้องของเนื้อหาอีกชั้นหนึ่ง
นอกจากนี้ Tetsuya Nomura ก็มีส่วนร่วมในกระบวนการออกแบบด้วย ทำให้โปรเจ็กต์นี้มีชื่อสำคัญของ FF7 มาช่วยกำกับหลายด้าน ทั้งการดัดแปลงตัวละคร การปรับสเกลบอส และการรักษาความสอดคล้องกับภาพจำของแฟน ๆ ฝั่งต้นฉบับ บทสัมภาษณ์สะท้อนว่าทีมงานให้ความสำคัญมากกับการหาจุดลงตัวระหว่างความสนุกของเกมเพลย์กับความเคารพต่อลอร์เดิม
โดยสรุป เรดครอสโอเวอร์ FF7 ใน FF14 ครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่การนำตัวละครดังมาปรากฏตัวเท่านั้น แต่เป็นความพยายามสร้างคอนเทนต์ที่ผสานสองจักรวาลเข้าด้วยกันอย่างมีเหตุผล ทั้งในเชิงเรื่องราวและดีไซน์การต่อสู้ แม้ยังไม่เปิดเผยว่าบอสลึกลับคือตัวไหน แต่จากการที่ทีมงานระดับแม่เหล็กของซีรีส์เข้ามาร่วมดูแล ก็ทำให้โปรเจ็กต์นี้กลายเป็นหนึ่งในคอนเทนต์ที่แฟน ๆ จับตามากที่สุดของ Evercold


