Fire Emblem: Fortune’s Weave พรีวิวเผยระบบใหม่เน้นเรื่องราวตัวละครและการเล่นเชิงกลยุทธ์
Fire Emblem: Fortune’s Weave คือการกลับมาของซีรีส์ภาคหลักในรอบ 7 ปี พร้อมพาผู้เล่นหวนสู่โลกที่เคยปรากฏใน Three Houses แต่คราวนี้ Intelligent Systems ดูเหมือนจะวางโครงสร้างเกมให้ต่างออกไปพอสมควร โดย…

Fire Emblem: Fortune’s Weave คือการกลับมาของซีรีส์ภาคหลักในรอบ 7 ปี พร้อมพาผู้เล่นหวนสู่โลกที่เคยปรากฏใน Three Houses แต่คราวนี้ Intelligent Systems ดูเหมือนจะวางโครงสร้างเกมให้ต่างออกไปพอสมควร โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับเรื่องราวเฉพาะตัวของตัวละครหลักแต่ละคนตั้งแต่ช่วงต้นเกม แทนที่จะใช้เส้นเรื่องใหญ่เป็นแกนหลักทันทีแบบภาคก่อน ๆ
ในพรีวิวนี้ เกมเปิดให้ผู้เล่นรับบท Eshmel ตัวละครเอกที่ค่อนข้างนิ่งและปรับแต่งได้ ก่อนจะพาย้อนเวลาไปสวมบทหนึ่งใน 4 ฮีโร่หลัก หรือ Flame Lords ที่ต้องเข้าแข่งขันใน Heroic Games ผู้เขียนมองว่าการเน้นปมส่วนตัวของแต่ละคนช่วยให้เส้นทางแต่ละแบบมีเอกลักษณ์มากขึ้น เช่น เส้นของ Cai ที่เกี่ยวกับครอบครัวและการพิสูจน์ตัวเอง หรือเส้นของ Leda ที่ขับเคลื่อนด้วยการล้างแค้นและใช้ศิลปะการแสดงเป็นส่วนหนึ่งของตัวเกม
จุดเด่นด้านการต่อสู้คือ Blaze Arts ท่าพิเศษประจำตัวละคร ที่อิงจากวัตถุโบราณต้องสาปและเพิ่มลูกเล่นด้านความเสี่ยงกับผลตอบแทน ผู้เล่นสามารถใช้ท่าเหล่านี้เพื่อสร้างประโยชน์เชิงยุทธวิธี เช่น โจมตีด้วยไฟ เคลื่อนย้ายข้ามสิ่งกีดขวาง หรือบัฟเพื่อนร่วมทีม แต่การใช้จะแลกกับพลังชีวิต และหากกดใช้บ่อยเกินไปอาจทำให้เกิดสถานะเสียเปรียบชั่วคราวอย่างการลด HP สูงสุดในไฟต์นั้น ๆ ขณะเดียวกัน หากใช้อย่างพอเหมาะก็จะสะสมบัฟเพิ่มค่าสถานะให้ตัวละครได้ด้วย
นอกสมรภูมิ เกมยังเพิ่มความแตกต่างตามตัวละครผ่านความสามารถเฉพาะตัวและกิจกรรมในแผนที่โลกแบบเดินสำรวจได้ ซึ่งมีจังหวะเวลาและเส้นทางให้คิดมากขึ้น ผู้เล่นต้องเลือกเดินทางระหว่างเมือง ร้านค้า จุดเก็บทรัพยากร ภารกิจย่อย และศัตรูที่ขวางทาง อีกทั้งต้องบริหารเวลาให้ดี เพราะกิจกรรมบางอย่างในเมืองหลักและการกลับไปพักผ่อนจะส่งผลต่อการเตรียมตัวก่อนศึกใหญ่ ผู้เขียนมองว่าระบบนี้ช่วยให้การสำรวจมีน้ำหนักเชิงกลยุทธ์มากกว่าเป็นแค่การเดินทางไปมา
อีกองค์ประกอบที่น่าสนใจคือการรับสมัครสมาชิกทีม เมืองหลวงกลายเป็นพื้นที่รวมตัวของตัวละครหลากหลายกลุ่มที่สามารถชักชวนเข้าทีมได้ผ่านเงื่อนไขต่าง ๆ เช่น ชื่อเสียง การให้ของขวัญ หรือการกินข้าวร่วมกัน แต่ข้อกำหนดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และบางตัวละครอาจเข้าถึงได้เฉพาะในเส้นเรื่องบางแบบเท่านั้น จึงทำให้การสร้างกองกำลังมีความยืดหยุ่นและต้องวางแผนมากขึ้น
พรีวิวปิดท้ายด้วยระบบสลับเส้นทางที่ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนไปเล่นมุมมองของฮีโร่คนอื่นได้โดยไม่ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาความน่าเบื่อของการเล่นซ้ำในสามภาคก่อนหน้าได้ดี แม้ผู้เขียนยังตั้งข้อสังเกตว่าระบบเซฟเกมอาจสร้างความหงุดหงิดให้กับคนที่อยากไล่เก็บทุกอย่างให้ครบ แต่โดยรวมแล้วมองว่า Fortune’s Weave กำลังพยายามยกระดับสูตร Fire Emblem ด้วยเรื่องเล่าที่เฉพาะตัวขึ้น ระบบต่อสู้ที่มีความเสี่ยง-ผลตอบแทนชัดเจน และโครงสร้างโลกที่เปิดให้สำรวจและเลือกเล่นได้อิสระกว่าเดิม


