The Wandering Earth: The Last Full Moon เผยเกมเพลย์ชูชูตติ้งไซไฟเน้นความสมจริง
IGN พาไปดูครั้งแรกของ The Wandering Earth: The Last Full Moon เกมใหม่จาก Studio Surgical Scalpels ที่หยิบจักรวาลนิยายของหลิวฉือซินกลับไปสู่ต้นฉบับโนเวลมากกว่าจะอิงจากภาพยนตร์ปี 2019 โดยตรง จุดนี้ทำให้…

IGN พาไปดูครั้งแรกของ The Wandering Earth: The Last Full Moon เกมใหม่จาก Studio Surgical Scalpels ที่หยิบจักรวาลนิยายของหลิวฉือซินกลับไปสู่ต้นฉบับโนเวลมากกว่าจะอิงจากภาพยนตร์ปี 2019 โดยตรง จุดนี้ทำให้เกมถูกมองเป็นอีกหนึ่งการต่อยอด IP ไซไฟจีนที่มีฐานแฟนเหนียวแน่น และสะท้อนว่าความสำเร็จของแฟรนไชส์ The Wandering Earth ได้เปิดทางให้วงการเกมและสื่อบันเทิงจีนสำรวจจักรวาลเรื่องนี้ในมุมใหม่
ต้นทางของโปรเจกต์นี้เกิดจากการคัดเลือกสตูดิโอผู้พัฒนาผ่านกระบวนการยาวนาน โดย Surgical Scalpels ระบุว่าต้องคุยและปรับข้อเสนอร่วมกับเจ้าของลิขสิทธิ์อยู่นานราวปีหนึ่ง ก่อนจะได้ไฟเขียวและเริ่มพัฒนาหลังตรุษจีนปีนี้ ปัจจุบันมีเดโมเล่นได้หลายด่านภายในแล้ว และทีมงานย้ำว่าการทำงานได้รับการสนับสนุนจากหลิวฉือซินอย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกันผู้เขียนต้นฉบับก็มีท่าทีเปิดกว้างต่อการดัดแปลง หากผลงานใหม่มีคุณภาพและเคารพแก่นเรื่อง
ตัวเกมอิงเหตุการณ์จากโนเวลที่เล่าถึงวันที่ดวงอาทิตย์กำลังจะขยายตัวกลืนกินโลก มนุษยชาติจึงสร้างโครงการขับเคลื่อนดาวเคราะห์ให้โคจรออกจากระบบสุริยะ และเข้าสู่ช่วงเวลาที่เรียกว่า Braking Era ซึ่งเป็นระยะที่ต้องชะลอและจัดการเส้นทางการเดินทางขนาดมหึมา นอกจากประเด็นเอาชีวิตรอดระดับอารยธรรมแล้ว เกมยังหยิบความขัดแย้งระหว่างสองฝ่ายใหญ่ในเรื่องคือ Earth Faction และ Spaceship Faction มาเป็นแกนของการเล่าเรื่องและการปะทะกันในเกม
ในเชิงโครงสร้าง ผู้เล่นจะรับบทเป็นวิศวกรที่ถูกส่งไปยังดวงจันทร์ในช่วงวิกฤตสำคัญ และต้องเผชิญเหตุการณ์ที่บานปลายทั้งการโจมตี การสมคบคิด และความขัดแย้งที่ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง ทีมพัฒนายังไม่เปิดเผยรายละเอียดเนื้อเรื่องทั้งหมด แต่ยืนยันว่ากำลังสร้างประสบการณ์แบบเล่นคนเดียวที่เน้นการเล่าเรื่องเป็นหลัก และยังไม่มีแผนทำมัลติเพลเยอร์ในตอนนี้
ด้านเกมเพลย์ Surgical Scalpels ยืนกรานชัดว่าต้องการทำเกมยิงมุมมองบุคคลที่สามที่ “ยิงสนุกก่อน” มากกว่าจะเป็นเกมไซไฟที่พึ่งพาสกิลแฟนตาซี พวกเขาบอกว่าแม้จะมีอาวุธและเทคโนโลยีล้ำอนาคต แต่แรงปะทะ การเคลื่อนที่ และความรู้สึกของปืนต้องยังดูจับต้องได้ ทีมจึงไม่คิดลดทอนองค์ประกอบการยิง ตรงกันข้ามกลับพยายามเพิ่มวิธีโต้ตอบกับสภาพแวดล้อมเข้าไปมากขึ้น โดยยังรักษาแกนหลักของการต่อสู้เอาไว้
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือระบบเล็งแบบใหม่ที่ไม่ยึดกับเป้ากลางจอแบบเดิม แต่ใช้แนวคิดหลายชั้นเพื่อให้สัมพันธ์กับตัวละคร แรงโน้มถ่วง และการเคลื่อนที่ในสภาวะไร้น้ำหนักมากขึ้น แนวทางนี้ออกแบบมาเพื่อให้ผู้เล่นต้องอ่านสภาพแวดล้อมและทิศทางการเคลื่อนที่ตลอดเวลา แทนที่จะจ้องแต่จุดกึ่งกลางหน้าจอ ขณะเดียวกันทีมก็ยอมรับว่าต้องบาลานซ์ไม่ให้การควบคุมซับซ้อนหรือโหดเกินไปจนเสียความลื่นไหลของเกม
ในด้านงานภาพ ทีมตั้งใจสร้างสเกลที่ยิ่งใหญ่และดูสมจริงในเชิงวิศวกรรม เช่น โครงสร้างขนาดมหึมาอย่าง Planetary Engine และ Lunar Engine ที่มีแนวคิดว่ามนุษย์ “น่าจะสร้างได้จริง” มากกว่าจะเป็นแฟนตาซีลอยๆ เป้าหมายคือทำให้ผู้เล่นรู้สึกตัวเล็กท่ามกลางความเวิ้งว้างของอวกาศและสิ่งปลูกสร้างระดับดาวเคราะห์ ขณะที่รายละเอียดย่อยอย่างแขนกลติดเป้ อุปกรณ์พยุงตัว ชุดเอ็กโซสเกเลตัน และยานพาหนะอวกาศ จะช่วยขยายวิธีเล่นโดยไม่มาแทนที่การยิงปืน
ตอนนี้เกมยังไม่ประกาศช่วงวางจำหน่ายหรือแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการ แต่ทีมบอกว่าเล็งลงทั้งพีซีและคอนโซลรุ่นปัจจุบัน ภาพรวมจึงยังเป็นโปรเจกต์ระยะเริ่มต้น ทว่าด้วยฐาน IP ที่แข็งแรง แนวคิดไซไฟสเกลใหญ่ และการย้ำชัดว่าจะรักษาความมันของเกมยิงไว้ นี่อาจเป็นหนึ่งในงานดัดแปลงจากวรรณกรรมไซไฟจีนที่น่าจับตาว่าจะไปได้ไกลแค่ไหนในตลาดเกมระดับสากล


