Waymo ยังเก็บค่าบริการรถไร้คนขับรุ่นใหม่ในแคลิฟอร์เนียไม่ได้เพราะกฎกำกับล่าช้า
Waymo บริษัทลูกของ Alphabet กำลังเผชิญกับอุปสรรคจากกระบวนการกำกับดูแลในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งทำให้การขยายบริการรถแท็กซี่ไร้คนขับของบริษัทช้าลงกว่าที่คาดไว้ แม้แคลิฟอร์เนียจะเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของ…

Waymo บริษัทลูกของ Alphabet กำลังเผชิญกับอุปสรรคจากกระบวนการกำกับดูแลในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งทำให้การขยายบริการรถแท็กซี่ไร้คนขับของบริษัทช้าลงกว่าที่คาดไว้ แม้แคลิฟอร์เนียจะเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของอุตสาหกรรมโรโบแท็กซี่มานาน ด้วยสภาพอากาศที่เอื้อต่อการทดสอบ เทคโนโลยีเป็นมิตร และมีแรงงานด้านวิศวกรรมและซัพพอร์ตที่แข็งแรง แต่การตัดสินใจที่ล่าช้าของหน่วยงานกำกับรัฐกำลังจำกัดการเติบโตของ Waymo ในพื้นที่ใหม่ ๆ ทั้งตอนเหนือและตอนใต้ของรัฐ
ประเด็นสำคัญคือ Waymo ยังไม่ได้รับอนุญาตให้คิดค่าบริการผู้โดยสารสำหรับรถรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มรับส่งคน ซึ่งเป็นรถสีฟ้าอ่อนผลิตในจีนที่บริษัทเรียกว่า Ojai ทำให้การเดินทางด้วยรถรุ่นนี้อาจยังให้บริการฟรีไปจนถึงปลายเดือนกันยายน และอาจยาวนานกว่านั้น หากข้อจำกัดด้านใบอนุญาตยังไม่คลี่คลาย ขณะที่รถ Jaguar I-Pace ที่เป็นรถไร้คนขับรุ่นหลักของฝูงรถยังคงให้บริการแบบเก็บเงินตามปกติ
สาเหตุของความล่าช้ามาจากระบบกำกับดูแลของแคลิฟอร์เนียที่เข้มกว่าหลายรัฐในสหรัฐฯ โดยบริษัทที่ต้องการนำรถอัตโนมัติขึ้นถนนไม่เพียงต้องขออนุญาตจาก Department of Motor Vehicles เพื่อใช้รถบนถนนสาธารณะ แต่ยังต้องได้รับไฟเขียวจาก California Public Utilities Commission ด้วย หากต้องการให้บริการรับส่งผู้โดยสารแบบคิดเงิน
โครงสร้างกำกับดูแลดังกล่าวสะท้อนว่าแคลิฟอร์เนียต้องการควบคุมทั้งด้านความปลอดภัยของรถอัตโนมัติและด้านบริการขนส่งอย่างเป็นระบบ แม้จะช่วยสร้างความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์ แต่ก็ทำให้บริษัทอย่าง Waymo ต้องรอคำอนุมัติหลายขั้นตอนก่อนขยายบริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ
โดยรวมแล้ว กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าความสำเร็จของโรโบแท็กซี่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นกับกรอบกฎหมายของแต่ละรัฐอย่างมาก สำหรับผู้โดยสารในแคลิฟอร์เนีย ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นชั่วคราวคือโอกาสได้นั่ง Waymo รุ่นใหม่แบบไม่เสียค่าโดยสาร แต่สำหรับบริษัท นี่คือสัญญาณว่าเส้นทางสู่การทำตลาดรถไร้คนขับเชิงพาณิชย์ยังมีแรงเสียดทานจากภาครัฐอีกมาก


