Warner Bros. เคาะวันฉายหนัง Game of Thrones: Aegon’s Conquest ปี 2029 พร้อมได้ผู้กำกับแล้ว
Warner Bros. ประกาศอย่างเป็นทางการว่าโปรเจกต์ภาพยนตร์เรื่องแรกจากจักรวาล Game of Thrones ที่ใช้ชื่อว่า Game of Thrones: Aegon’s Conquest จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 9 มิถุนายน 2029 พร้อมยืนยันตัวผู้…

Warner Bros. ประกาศอย่างเป็นทางการว่าโปรเจกต์ภาพยนตร์เรื่องแรกจากจักรวาล Game of Thrones ที่ใช้ชื่อว่า Game of Thrones: Aegon’s Conquest จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 9 มิถุนายน 2029 พร้อมยืนยันตัวผู้กำกับคือ Owen Harris โดยบทภาพยนตร์เขียนโดย Beau Willimon ผู้สร้างงานดรามาการเมืองอย่าง House of Cards
ภาพยนตร์เรื่องนี้จะดัดแปลงจากหนังสือ Fire & Blood ของ George R.R. Martin ซึ่งเป็นงานเขียนที่เล่าเรื่องราชวงศ์ Targaryen และปูพื้นเหตุการณ์สำคัญหลายช่วงในโลกเวสเทอรอส รวมถึงสงคราม Dance of the Dragons ที่เคยถูกนำไปเล่าใน House of the Dragon ด้วย โดยเนื้อหาหลักของหนังจะโฟกัสที่ Aegon the Conqueror และการบุกพิชิตเจ็ดอาณาจักรให้รวมเป็นอาณาจักรเดียวภายใต้การปกครองของตระกูล Targaryen
Aegon I Targaryen ถูกเล่าขานว่าเป็นผู้เริ่มภารกิจรวมแผ่นดินด้วยกำลังและมังกร โดยมีพี่สาว-ภรรยาทั้งสองคือ Visenya และ Rhaenys ร่วมศึก และแต่ละคนขี่มังกรทรงพลังคนละตัว ซึ่งทำให้เรื่องราวนี้มีทั้งสเกลทางการเมือง สงคราม และแฟนตาซีที่เข้มข้นมากกว่าพล็อตแฟนตาซีทั่วไป
ศัตรูสำคัญของ Aegon ในช่วงการพิชิตได้แก่ Harren the Black เจ้าแห่ง Harrenhal และ Meria Martell แห่ง Dorne ซึ่งการต้านทานของ Dorne ยังถูกอ้างอิงต่อในเนื้อหา House of the Dragon ด้วย ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้น่าจะเชื่อมโยงกับตำนานและประวัติศาสตร์ในจักรวาลเดียวกันอย่างแน่นแฟ้น
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือในตำนานของซีรีส์ Game of Thrones นั้น Aegon เคยรับรู้เรื่องภัยคุกคามของ White Walkers และส่งต่อข้อมูลนี้ผ่านผู้ปกครองรุ่นต่อรุ่น ส่งผลให้การยึดครองบัลลังก์เหล็กถูกตีความว่าไม่ใช่แค่การแย่งอำนาจ แต่ยังเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องการเตรียมพร้อมรับมหันตภัยในอนาคตด้วย
การได้ Owen Harris มากำกับถือเป็นสัญญาณว่า Warner Bros. ต้องการผู้สร้างที่คุ้นเคยกับโลก Game of Thrones โดยตรง เพราะ Harris เคยกำกับตอนของ A Knight of the Seven Kingdoms และยังมีผลงานที่ได้รับคำชมจาก Black Mirror หลายตอน ขณะที่โปรเจกต์หนังยังต้องเผชิญความท้าทายด้านการแปลงตำนานขนาดใหญ่ให้กลายเป็นภาพยนตร์ที่เดินเรื่องได้กระชับและเข้าถึงผู้ชมวงกว้าง


