รีวิว Godzilla: Destroy All Monsters Melee Remastered เกมตบไคจูที่กลับมาได้ถูกจังหวะ
Godzilla: Destroy All Monsters Melee Remastered เป็นการนำเกมต่อสู้ไคจูยุคต้นทศวรรษ 2000 กลับมาอีกครั้งในมือของผู้พัฒนาเดิมอย่าง Pipeworks โดยตัวรีวิวชี้ว่าเกมนี้ไม่ได้เป็นเพียงการอัปภาพแบบผิวเผิน แต่…

Godzilla: Destroy All Monsters Melee Remastered เป็นการนำเกมต่อสู้ไคจูยุคต้นทศวรรษ 2000 กลับมาอีกครั้งในมือของผู้พัฒนาเดิมอย่าง Pipeworks โดยตัวรีวิวชี้ว่าเกมนี้ไม่ได้เป็นเพียงการอัปภาพแบบผิวเผิน แต่ยังคงบรรยากาศความ “หนังสัตว์ประหลาดสวมชุดยางตีกันกลางเมือง” เอาไว้ได้ครบ ทั้งภาพ เสียง และจังหวะการทำลายล้างที่เป็นเอกลักษณ์ของ Godzilla ขณะเดียวกันก็ปรับให้ดูดีขึ้นมากพอที่จะเล่นในยุคปัจจุบันได้อย่างสนุก
แกนหลักของเกมยังเหมือนเดิม คือเลือกไคจูจากประวัติศาสตร์ของแฟรนไชส์มาประจันหน้ากันในเมืองจริงหรือสถานที่สำคัญจากจักรวาล Godzilla เป้าหมายคือใช้ท่าต่อย เตะ พลังลำแสง การขว้างอาคาร หรือหยิบสิ่งกีดขวางมาฟาดกันให้ชนะ โดยเกมยังคงความเว่อร์แบบหนังต้นฉบับ แต่โครงสร้างการเล่นกลับไม่ใช่แค่การกดปุ่มมั่ว ๆ เพราะมีคอมโบ การอ่านจังหวะ การป้องกัน และความแตกต่างของสเตตัสตัวละครที่ทำให้มันใกล้เคียงเกมต่อสู้จริงมากกว่าที่หลายคนคาด
ในโหมดเล่นคนเดียว เกมมีตัวเลือกหลายแบบ เช่น Adventure, Destruction, Survival และเวอร์ชันที่ยกระดับความยากพร้อมระบบเก็บเลเวลหรือปลดล็อกความสามารถบางส่วน จุดที่น่าสนใจคือการออกแบบการปลดล็อกถูกปรับใหม่ให้ผู้เล่นเลือกเส้นทางที่ต้องการได้ค่อนข้างอิสระขึ้น แทนที่จะบังคับไล่ตามลำดับเดียวทั้งหมด ทำให้มีแรงจูงใจกลับมาเล่นซ้ำเพื่อปลดล็อกตัวละครและฉากใหม่ ๆ แต่ในอีกมุมหนึ่ง รีวิวก็สะท้อนว่าการเจอตัวละครที่อยากเล่นระหว่างแคมเปญแต่ยังปลดล็อกไม่ได้ อาจทำให้ความอยากเล่นแบบทันใจของแฟนเกมยุคเก่าถูกขัดใจอยู่บ้าง
ส่วนที่โดดเด่นที่สุดคือมัลติเพลเยอร์ ซึ่งเกมต้นฉบับถูกออกแบบมาเพื่อปาร์ตี้และการเล่นกับเพื่อนอยู่แล้ว เวอร์ชันนี้เพิ่มระบบออนไลน์เข้ามาด้วย และผู้รีวิวระบุว่าทำงานได้ค่อนข้างดี แม้จะมีอาการหลุดการเชื่อมต่อเป็นบางครั้ง รูปแบบการเล่นรองรับทั้งการสู้แบบทุกคนรุมกันหมด การจับทีม และการดวลกับ AI ในบางสถานการณ์ ทำให้เกมยังคงเป็นทั้งเกมปาร์ตี้ที่เล่นง่ายและเกมต่อสู้ที่มีชั้นเชิงพอให้คนจริงจังจับมาเล่นได้
โดยรวม IGN มองว่า Remastered ครั้งนี้ทำหน้าที่คืนชีวิตให้เกมเก่าได้อย่างน่าพอใจ ทั้งในแง่ความทรงจำและความสนุกที่ยังยืนได้ด้วยตัวเอง แม้จะไม่ใช่การรีเมคครั้งใหญ่ และยังมีข้อจำกัดเล็กน้อยเรื่องการปลดล็อกหรือข้อจำกัดของโหมดออนไลน์บางอย่าง แต่เสน่ห์ของการเป็น “เกมไคจูสู้กันกลางเมือง” ยังคงแข็งแรง และในยุคที่คนสนใจ Godzilla อีกครั้ง เกมนี้จึงกลับมาได้ในเวลาที่เหมาะสมพอดี


