ต้นทุนชิ้นส่วนพุ่ง อาจดันราคามาเธอร์บอร์ดขยับขึ้นอีก
PC Gamer รายงานว่า หลังจากตลาดพีซีเผชิญการขึ้นราคาของการ์ดจอรุ่นใหม่ ปัญหาขาดแคลนหน่วยความจำที่ดันราคา RAM และ SSD ให้สูงขึ้น ก็มีสัญญาณว่ามาเธอร์บอร์ดอาจเป็นสินค้าชิ้นต่อไปที่ราคาจะปรับขึ้นตามต้นทุน…

PC Gamer รายงานว่า หลังจากตลาดพีซีเผชิญการขึ้นราคาของการ์ดจอรุ่นใหม่ ปัญหาขาดแคลนหน่วยความจำที่ดันราคา RAM และ SSD ให้สูงขึ้น ก็มีสัญญาณว่ามาเธอร์บอร์ดอาจเป็นสินค้าชิ้นต่อไปที่ราคาจะปรับขึ้นตามต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลดังกล่าวมาจากบอร์ดสื่อสารของผู้ผลิตและพาร์ตเนอร์ด้านฮาร์ดแวร์ที่ระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบต้นทางสำหรับการผลิตมาเธอร์บอร์ดเพิ่มขึ้นทั่วกระดาน โดยแผ่น PCB ของมาเธอร์บอร์ดมีราคาขยับขึ้นราว 15% ถึง 50% ส่วนโมดูล Wi‑Fi เพิ่มขึ้นประมาณ 10% ถึง 20% และราคาคาปาซิเตอร์ก็เพิ่มขึ้นราว 50% ด้วยเช่นกัน
บทความชี้ว่าความตึงตัวของวัตถุดิบอาจโยงกับวิกฤตในช่องแคบฮอร์มุซและสถานการณ์สงครามระหว่างอิหร่านที่ยืดเยื้อ ซึ่งกระทบต่อการขนส่งและซัพพลายของสารตั้งต้นในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ตัวอย่างสำคัญคือเรซิน PPE ที่ใช้ในโครงสร้างหลายชั้นของ PCB ซึ่งแหล่งคุณภาพสูงจำนวนมากมาจาก SABIC ในซาอุดีอาระเบีย และยังได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์และเหตุโจมตีโรงงานในช่วงก่อนหน้า
แหล่งข้อมูลจาก Board Channels ประเมินว่า ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอาจทำให้ต้นทุนมาเธอร์บอร์ดเพิ่มขึ้นอย่างน้อยราว 10% และแรงกดดันนี้มีแนวโน้มถูกส่งผ่านไปยังราคาขายปลีกในอนาคต แม้ช่วงก่อนหน้านี้ผู้ผลิตรายใหญ่จะปรับราคาขึ้นเพียงเล็กน้อยในเดือนสิงหาคมก็ตาม
ในรายละเอียด ผู้ผลิตไต้หวันอย่าง MSI ปรับราคาหลายรุ่นพร้อมกัน ขณะที่ Asus และ Gigabyte ขึ้นราคาเฉพาะรุ่นหลัก และปรับเพิ่มไม่มากนัก ส่วนแบรนด์จีนอย่าง Colorful และ Maxsun เพิ่มราคาราว 10-20 หยวนต่อรุ่น ซึ่งยังถือว่ากระทบต่อผู้บริโภคในระดับจำกัดเมื่อเทียบกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจริง
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวเตือนว่ายังมีช่องให้ราคามาเธอร์บอร์ดขยับขึ้นได้อีกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยผู้ผลิตอาจทยอยปรับขึ้นราคาบางรุ่นเพิ่มเติมหากต้นทุนวัตถุดิบยังไม่คลี่คลาย สะท้อนภาพรวมของตลาดฮาร์ดแวร์พีซีที่ยังมีแนวโน้มแพงขึ้นต่อเนื่อง และผู้ซื้ออาจต้องเผชิญราคาที่สูงขึ้นไปอีกก่อนสถานการณ์จะดีขึ้น


