กิเยร์โม เดล โตโรเผย เคยพยายามทำหนัง BioShock แต่การคุยโทรศัพท์สุดหายนะทำโปรเจกต์ล่มตั้งแต่ต้น
กิเยร์โม เดล โตโร ผู้กำกับชื่อดัง ยืนยันว่าเขาเคยมีส่วนร่วมในแนวคิดเริ่มต้นของการดัดแปลงเกม BioShock เป็นภาพยนตร์ แต่โปรเจกต์ดังกล่าวไม่เคยเดินหน้าจนเกิดจริง และถูกพับไปหลังจากการคุยโทรศัพท์ที่เขา…

กิเยร์โม เดล โตโร ผู้กำกับชื่อดัง ยืนยันว่าเขาเคยมีส่วนร่วมในแนวคิดเริ่มต้นของการดัดแปลงเกม BioShock เป็นภาพยนตร์ แต่โปรเจกต์ดังกล่าวไม่เคยเดินหน้าจนเกิดจริง และถูกพับไปหลังจากการคุยโทรศัพท์ที่เขาเรียกว่า “หายนะ” กับอีกฝ่ายหนึ่ง
เดล โตโรให้สัมภาษณ์กับ IGN ในซีรีส์ IGN30 Icons โดยเล่าว่าแม้เขาเคยสนใจการดัดแปลงเกมเป็นหนังมาก่อน แต่ประสบการณ์ครั้งหลังสุดทำให้เขาไม่อยากกลับไปยุ่งกับการทำเกมหรือการดัดแปลงเกมอีก เขาย้ำว่าลักษณะการเล่าเรื่องในวิดีโอเกมต่างจากภาพยนตร์อย่างมาก เพราะเกมต้องออกแบบให้ผู้เล่นรู้สึกว่าตัวเองมีอิสระในการตัดสินใจและสำรวจ ในขณะที่ภาพยนตร์ควบคุมจังหวะและโครงสร้างการเล่าเรื่องได้ตรงกว่า
เขาอธิบายเพิ่มเติมจากประสบการณ์งานที่เคยพัฒนาอย่าง Insane ว่าการสร้างเกมต้องทำให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกที่เปิดกว้าง แต่เบื้องหลังผู้สร้างต้องค่อย ๆ บีบให้เรื่องไปสู่ทิศทางที่ต้องการ ซึ่งเป็นงานคนละแบบกับการสร้างหนังโดยสิ้นเชิง ประเด็นนี้สะท้อนว่าทำไมการแปลงเกมให้เป็นภาพยนตร์จึงยากกว่าที่หลายคนคิด
เมื่อถูกถามถึง BioShock โดยตรง เดล โตโรพูดแบบไม่อ้อมค้อมว่าการคุยกันเกี่ยวกับการดัดแปลงเกมนี้เป็นหนึ่งในบทสนทนาที่แย่ที่สุดที่เขาเคยเจอ และทำให้เขาตัดใจอย่างถาวรจากโปรเจกต์นั้น แม้เขาไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าความเห็นไม่ลงรอยกันเกิดจากเรื่องใด แต่คำพูดของเขาชี้ชัดว่าความขัดแย้งในขั้นต้นเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หนัง BioShock ไม่เคยไปถึงจุดเริ่มต้นที่แท้จริง
บทความยังย้ำว่าเดล โตโรเป็นแฟนเกม BioShock มานาน และเคยพูดไว้ตั้งแต่หลายปีก่อนว่าอยากเห็นเรื่องราวของเกมขึ้นจอใหญ่ โดยก่อนหน้านี้ก็มีความพยายามดัดแปลงจากทีมอื่นที่ไม่สำเร็จเช่นกัน จึงทำให้ความล่มของโปรเจกต์ครั้งนี้ยิ่งเพิ่มความเสียดายสำหรับแฟนเกมและแฟนผลงานของเขา
นอกจากนี้ เดล โตโรยังบอกว่าเขาไม่คิดจะสร้างเกมของตัวเองอีก หลังจากโครงการ Insane ซึ่งตั้งใจจะเป็นเกมไตรภาคแนวเข้มข้นและมีสไตล์ภาพยนตร์ไม่เคยได้ออกสู่ตลาด เขามองว่าแนวคิดหลายอย่างที่เคยพัฒนากันไว้ภายหลังถูกเกมอื่นนำไปใช้แล้ว แม้จะยอมรับว่ามันน่าสนใจ แต่เขาก็ไม่ต้องการกลับไปเริ่มใหม่ในสายนี้อีก
ในบทสนทนาเดียวกัน เขายังพูดถึงความชื่นชมที่มีต่อฮิเดโอะ โคจิมะ โดยเรียกโคจิมะว่าเป็น “ศิลปินแท้” และบอกว่าเขามีส่วนชื่นชมงาน PT และ Death Stranding อย่างมาก เดล โตโรยังระบุด้วยว่าเนื้อหาส่วนใหญ่ของ PT มาจากไอเดียของโคจิมะเอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเขายังคงให้คุณค่ากับผู้สร้างเกมที่มีวิสัยทัศน์ด้านการเล่าเรื่อง แม้ตัวเขาจะไม่อยากทำโปรเจกต์เกมหรือหนังจากเกมอีกต่อไป


