รีวิว Hellraiser: Revival เกมสยองขวัญโหดจัดแต่เนื้อหาไม่ลึกพอ
Hellraiser: Revival คือเกมผจญภัยสยองขวัญแบบเอาตัวรอดที่ดึงบรรยากาศและความวิปริตทางเพศ-ความรุนแรงจากผลงานของ Clive Barker มาใช้อย่างไม่ประนีประนอม ตั้งแต่ฉากเปิดเกมก็ประกาศชัดว่าไม่เหมาะกับคนขวัญอ่อน…

Hellraiser: Revival คือเกมผจญภัยสยองขวัญแบบเอาตัวรอดที่ดึงบรรยากาศและความวิปริตทางเพศ-ความรุนแรงจากผลงานของ Clive Barker มาใช้อย่างไม่ประนีประนอม ตั้งแต่ฉากเปิดเกมก็ประกาศชัดว่าไม่เหมาะกับคนขวัญอ่อน เพราะเต็มไปด้วยภาพเลือดสาด การทรมาน และธีมผู้ใหญ่ที่ตั้งใจยั่วยุผู้เล่นตลอดเวลา แต่แม้ตัวเกมจะโชว์ความโหดได้สะใจในหลายช่วง ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะมีความลึกหรือความลื่นไหลในแบบที่ความเป็นแฟรนไชส์ระดับนี้ควรมี
ผู้เล่นรับบทเป็น Aiden ชายธรรมดาที่มีปัญหาการเสพติดและกำลังพยายามชุบชีวิตแฟนสาวที่ถูกฆ่า ด้วยการทำข้อตกลงกับ Pinhead และไล่ล่าสมาชิกของลัทธิมรณะเพื่อนำหัวใจมาใช้กับร่างที่ฟื้นกลับมา เนื้อเรื่องยึดโทนและภาพจำจากหนัง Hellraiser ยุคต้นได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะเมื่อ Pinhead และเหล่า cenobite ปรากฏตัว แต่การเล่าเรื่องส่วนใหญ่กลับพึ่งบทสนทนาที่ยืดยาวและฉากอธิบายเยอะเกินไป ทำให้จังหวะของเกมแผ่ว และยากจะรู้สึกอินกับชะตากรรมของตัวละครเท่าที่ควร
ในด้านเกมเพลย์ ระบบยิงและการจัดการอุปกรณ์ถือว่าทำได้มาตรฐานในสไตล์ survival horror คล้ายเกมตระกูล Resident Evil มีอาวุธหลายแบบให้ค่อย ๆ อัปเกรด ทั้งปืนพก ปืนลูกซอง ปืนกล และอาวุธประชิดที่หักพังได้ อีกทั้งกระสุนก็มีจำกัดพอให้ต้องคิดก่อนใช้จริง อย่างไรก็ดี ตัวช่วยเล็งที่รุกล้ำเกินไปและข้อจำกัดการเคลื่อนไหวบางอย่าง เช่น การปีนหรือกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางไม่ได้ ทำให้หลายสถานการณ์ดูติดขัดและไม่เป็นธรรมชาติ
จุดที่น่าสนใจที่สุดคือพลังพิเศษจาก Genesis Configuration ซึ่งเป็นการตีความลูกบาศก์ปริศนาประจำซีรีส์ใหม่ให้กลายเป็นเครื่องมือควบคุมสนามรบได้ ผู้เล่นสามารถดึงวัตถุรอบตัว เช่น ตะปูหรือเลื่อย มาเหวี่ยงใส่ศัตรูได้ โดยต้องอาศัยค่าพลังที่ชื่อว่า suffering ซึ่งต้องเติมจากการทำให้ศัตรูเสียหลักหรือใช้ท่าปิดฉากสุดโหด ระบบนี้ช่วยเพิ่มเอกลักษณ์และทำให้เกมมีลูกเล่นมากกว่าการยิงอย่างเดียว แต่ความสามารถขั้นสูงหลายอย่างกลับปลดล็อกค่อนข้างช้า จึงมีเวลาใช้งานจริงไม่มากนัก
ถึงจะมีความหลากหลายของการต่อสู้แบบลอบเร้นและฉากบู๊ผสมกัน แต่ศัตรูส่วนใหญ่ก็ยังวนอยู่กับหน้าตาและรูปแบบเดิม ๆ ขณะที่ช่วง stealth หลายครั้งไม่ค่อยแม่นยำจนถูกจับได้ง่ายโดยไม่จำเป็น ส่งผลให้ผู้เล่นต้องหันไปลุยตรงแทนบ่อยครั้ง ส่วนบอสไฟต์ก็เป็นจุดอ่อนสำคัญ หลายตัวมีแค่งานนำเสนอที่น่าจดจำ แต่การต่อสู้จริงกลับขาดกลยุทธ์และความตื่นเต้น บางตัวถึงกับถูกนำกลับมาใช้ซ้ำหลายรอบจนความน่าสนใจลดลงไปเรื่อย ๆ
ด้านปริศนา เกมเลือกใช้โจทย์แบบคุ้นเคย เช่น หาเครื่องมือตัดโซ่หรือไล่ค้นรหัสจากเอกสาร มากกว่าการออกแบบปัญหาที่สร้างสรรค์ อย่างไรก็ตาม มีบางช่วงที่เกมหยิบอารมณ์ก้ำกึ่งระหว่างสยองขวัญกับความลามกมาเล่นได้แปลกและน่าสนใจอยู่บ้าง ทำให้บรรยากาศโดยรวมยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แม้จะไม่ถึงกับช่วยกู้ภาพรวมทั้งหมดได้
โดยสรุป Hellraiser: Revival เป็นเกมที่โดดเด่นด้านงานนำเสนอสุดอุบาทว์ ความโหด และความเคารพต่อรากของจักรวาล Hellraiser แต่กลับสะดุดในเรื่องการเล่าเรื่อง การออกแบบบอส และความหลากหลายของคอนเทนต์ ทำให้มันอาจตอบโจทย์แฟนหนังสยองขวัญสายเลือดสาดได้มากกว่าคนที่มองหาเกมเอาตัวรอดที่ออกแบบมาอย่างเฉียบคม


