AI ช่วยวางเส้นทางภารกิจยานไปอัลฟาเซนทอรีแบบไม่ต้องรอมนุษย์หลายชั่วอายุ
องค์กรไม่แสวงกำไร Fermi Explorer Mission ประกาศแผนส่งยานอวกาศไปยังระบบดาวอัลฟาเซนทอรีภายในสิ้นปี 2029 โดยตั้งเป้าใช้แนวทางใหม่ที่ค้นพบด้วยระบบ AI ของห้องแล็บวิจัยฟิสิกส์ Physical Superintelligence (…

องค์กรไม่แสวงกำไร Fermi Explorer Mission ประกาศแผนส่งยานอวกาศไปยังระบบดาวอัลฟาเซนทอรีภายในสิ้นปี 2029 โดยตั้งเป้าใช้แนวทางใหม่ที่ค้นพบด้วยระบบ AI ของห้องแล็บวิจัยฟิสิกส์ Physical Superintelligence (PSI) แม้ภารกิจจะดูไกลตัวมาก แต่ทีมงานย้ำว่าเป้าหมายหลักคือการทำให้ “มีการปล่อยจริง” ไม่ใช่เพียงแนวคิดบนกระดาษ
ภารกิจนี้แตกต่างจากโครงการ Breakthrough Starshot ในปี 2016 ที่เคยวาดฝันให้ยานจิ๋วพุ่งด้วยเลเซอร์ไปถึงอัลฟาเซนทอรีในราว 20 ปี แต่สุดท้ายยังไม่เกิดขึ้นจริง ครั้งนี้ Fermi Explorer Mission เลือกแนวทางที่ต้นทุนต่ำกว่ามาก ราว 15 ล้านดอลลาร์ และได้รับเงินสนับสนุนจากผู้บริจาครายบุคคล โดยผู้ก่อตั้งระบุว่าทีมไม่ตั้งเงื่อนไขเรื่องมนุษย์ต้องรอเห็นผลภายในอายุขัย
ยานลำนี้จะบรรทุกน้ำหนักอย่างน้อย 1 กิโลกรัม รวมทั้งชิ้นงานเชิงศิลปะและวิทยาศาสตร์ ข้อความ และสำเนา Golden Record แบบเดียวกับที่นาซาติดไปกับยาน Voyager เมื่อปี 1977 เพื่อสื่อสารกับสิ่งมีชีวิตที่อาจพบในอนาคต อย่างไรก็ดี อัลฟาเซนทอรีอยู่ไกลถึงราว 4.4 ปีแสง หรือประมาณ 25 ล้านล้านไมล์ ทำให้การเดินทางระดับนี้แทบเป็นไปไม่ได้ในกรอบเวลาแบบมนุษย์ปกติ
ปัญหาหลักที่ทีมเจอคือ จะทำให้ยานเล็กและเบาพอได้อย่างไร โดยยังมีพลังงานเพียงพอสำหรับการเดินทางระยะไกล ทีมพยายามหาวิถีโคจรอยู่เป็นปีแต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งนำโจทย์ไปคุยในพอดแคสต์ของนักฟิสิกส์ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง PSI และได้ทดลองใช้ระบบ AI ชื่อ Get Physics Done ซึ่งแตกโจทย์ฟิสิกส์เป็นงานย่อย ๆ แล้วเลือกจำลองหลายรูปแบบด้วยโมเดลอย่าง Claude และ GPT
เพียงหนึ่งสัปดาห์ AI ก็เสนอเส้นทางใหม่ที่ทีมไม่เคยคิดมาก่อน โดยอาศัยการผสมผสานการโคจรและการพุ่งเครื่องใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าวงโคจรของดาวพุธ วิธีนี้ทำให้แผงโซลาร์รับแสงได้มากขึ้นหลายเท่า และเมื่อจุดเครื่องยนต์ในจังหวะที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ ยานจะได้แรงส่งคุ้มค่ากว่าการเผาเชื้อเพลิงในตำแหน่งอื่น ส่งผลให้สามารถใช้แผงโซลาร์ขนาดเล็กลงและรักษาน้ำหนักยานให้อยู่ในกรอบงบประมาณ
PSI ระบุว่าระบบทำงานเกือบอัตโนมัติเป็นเวลาหลายวัน โดยใช้ทรัพยากรคำนวณจำนวนมาก ก่อนมีนักฟิสิกส์ในทีมช่วยกำกับให้ตรงกับข้อกำหนดของภารกิจ ตรวจความถูกต้อง และขอให้สรุปต้นทุนกับแผนภาพให้ชัดขึ้น ผู้บริหาร PSI มองว่าสิ่งที่น่าทึ่งคือ AI สามารถสร้างโปรไฟล์ภารกิจที่แปลกใหม่และสร้างสรรค์กว่าที่มนุษย์ในทีมคิดไว้ได้ แต่ก็ยอมรับว่าโมเดลยังขาด “รสนิยมงานวิจัย” และความสามารถในการเลือกปัญหาที่คุ้มค่าเหมือนนักวิจัยจริง
แม้ยานจะได้ออกเดินทางจริง ก็ยังแทบแน่นอนว่าจะไม่ใช่ยานลำแรกที่ไปถึงอัลฟาเซนทอรี เพราะในอนาคตเทคโนโลยีอาจพัฒนาเร็วขึ้นมาก แต่โครงการนี้มีนัยสำคัญกว่าการสาธิตวิศวกรรม เพราะเชื่อมโยงกับคำถามคลาสสิกของเอนริโก แฟร์มีว่าเหตุใดมนุษย์ถึงยังไม่เห็นร่องรอยอารยธรรมอื่นในกาแล็กซี การส่งยานออกไปได้จริงอาจทำให้มนุษยชาติกลายเป็นอารยธรรมที่ “อยากและสามารถ” เดินทางไปดาวอื่นได้ ซึ่งย้อนกลับไปชี้ว่าปัญหาอาจไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่รวมถึงความหายากของชีวิตอัจฉริยะหรือความเสี่ยงที่อารยธรรมจะล่มสลายก่อนขยายตัวได้


