คุยกับกอร์ดี ฮาบ: เบื้องหลังดนตรี Star Wars Zero Company ที่ได้แรงจากภาคพรีเควลและ Battlefront II
กอร์ดี ฮาบ คอมโพสเซอร์ที่อยู่กับจักรวาล Star Wars มานานเกือบ 20 ปี เปิดเผยเบื้องหลังการทำเพลงประกอบ Star Wars: Zero Company ว่าเขามองงานชิ้นนี้เหมือนเป็น “ภาคต่อทางดนตรี” ของเรื่องราวยุค Clone Wars…

กอร์ดี ฮาบ คอมโพสเซอร์ที่อยู่กับจักรวาล Star Wars มานานเกือบ 20 ปี เปิดเผยเบื้องหลังการทำเพลงประกอบ Star Wars: Zero Company ว่าเขามองงานชิ้นนี้เหมือนเป็น “ภาคต่อทางดนตรี” ของเรื่องราวยุค Clone Wars ที่เคยทำไว้ใน Battlefront II โดยใช้ประสบการณ์จากเกมภาคก่อนเป็นจุดตั้งต้น แล้วค่อยพัฒนาเอกลักษณ์ของตัวเองให้ชัดขึ้น เขาตั้งใจผสมความรู้สึกสดใสและพลังแบบเพลงยุคพรีเควลเข้ากับลายเซ็นส่วนตัว เพื่อให้เหมาะกับเกมแนววางแผนเชิงกลยุทธ์แบบ XCOM ที่มีโทนเข้มกว่าเดิม
ฮาบอธิบายว่าช่วงแรกที่ทำงานกับ Star Wars นั้น Lucasfilm มักกำหนดกรอบกว้าง ๆ ว่าอยากได้ความแปลกใหม่ แต่ยังต้องยึดรากจากไตรภาคดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม เมื่อแฟรนไชส์ขยายไปสู่ซีรีส์และเกมที่มีเรื่องราวใหม่มากขึ้น กติกาในแต่ละโปรเจกต์ก็แตกต่างกันไปตามโทนของงาน เขายกตัวอย่างว่า Star Wars: Hunters ต้องใช้วงออร์เคสตราผสมเมทัล แต่กับ Zero Company และเกมฝั่ง Jedi กลับต้องเน้นความมืด หนัก และมีกลิ่นอายสยองขวัญมากกว่า
แม้จะคุ้นกับการทำเพลง Star Wars มาหลายครั้ง ฮาบบอกว่าการถูกเปรียบกับจอห์น วิลเลียมส์ยังคงเป็นทั้งเกียรติและแรงกดดันในเวลาเดียวกัน เขายอมรับว่าช่วงแรกเคยรู้สึกกดดันที่จะต้องเทียบชั้นกับดนตรีต้นฉบับจากภาพยนตร์ แต่หลังจากทำงานกับแฟรนไชส์มานาน เขาเรียนรู้ที่จะรับคำชมเหล่านั้นไว้แล้วกลับไปโฟกัสกับการสร้างเสียงของตัวเองให้กับแต่ละโปรเจกต์
ในแง่กระบวนการสร้างสรรค์ Zero Company ฮาบเผยว่าเขาใช้เวลาหลายเดือนคิดธีมหลักก่อนเริ่มเขียนโน้ตจริง และพัฒนาเวอร์ชันธีมหลักไปมากถึงราว 15 แบบก่อนส่งให้ทีมพัฒนา เขาเล่าว่าธีมเวอร์ชันแรกยังมีลูกเล่นและรายละเอียดมากเกินไป จึงค่อย ๆ ลดทอนให้กระชับ เรียบง่าย และจำง่ายขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดเขามองว่าได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเพราะมีน้ำหนักทางอารมณ์และใช้งานได้หลากหลายกว่า
นอกจากธีมหลักแล้ว ฮาบยังบอกว่าธีมของ Hawks หัวหน้าทีม Zero Company เป็นหนึ่งในท่อนที่เขาชอบที่สุด เพราะมีท่วงทำนองที่ยกตัวขึ้นอย่างฮีโรอิก ขณะที่ธีมของศัตรูอย่าง Plague เขาตั้งใจทำให้ค่อย ๆ ซึมแทรกเข้าไปในเนื้อดนตรีและพัฒนาไปสู่ความมืด หนัก และบิดเบี้ยว เพื่อสะท้อนลักษณะของตัวละครและสถานการณ์ในเกม
เขายังย้ำด้วยว่าแรงบันดาลใจสำคัญที่ใช้หล่อเลี้ยงงาน Star Wars ของตัวเองมาตลอดคือธีมจากไตรภาคต้นฉบับอย่าง The Force theme และ Imperial March ซึ่งเป็นตัวอย่างของการเขียนทำนองที่ทรงพลัง จดจำง่าย และมีโครงสร้างซับซ้อนในเชิงดนตรี ฮาบมองว่าสิ่งเหล่านี้คือหัวใจของดนตรี Star Wars และเป็นมาตรฐานที่ช่วยผลักดันให้คอมโพสเซอร์รุ่นใหม่รักษาคุณภาพของแฟรนไชส์ไว้ได้
ท้ายที่สุด ฮาบฝากข้อคิดสำหรับคนที่จะมาทำเพลงให้ Star Wars ในอนาคตว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการให้ความสำคัญกับ “ธีม” และไม่ทิ้งความซับซ้อนทางฮาร์โมนีที่ออร์เคสตราขนาดใหญ่สามารถมอบให้ได้ เขาเชื่อว่าหากยึดสองหลักนี้ไว้ ไม่ว่าจะตีความแนวทางใด ดนตรีก็ยังจะให้ความรู้สึกเป็น Star Wars ได้เสมอ ขณะเดียวกัน Star Wars: Zero Company ก็วางจำหน่ายแล้วบน PC, PlayStation 5 และ Xbox Series X/S พร้อมกระแสตอบรับด้านงานภาพและบรรยากาศที่เข้มข้นตามสไตล์เกมยุคใหม่ของแฟรนไชส์


