แซม บาร์โลว์เผยเกมประจำเครื่องใน Steam ตั้งแต่โร้กลike ไปจนถึงผลงานคลาสสิกสุดรัก
บทสัมภาษณ์ในคอลัมน์ Disk Cleanup ของ PC Gamer พาไปสำรวจรสนิยมการเล่นเกมของ แซม บาร์โลว์ ผู้กำกับจาก Half Mermaid และผู้สร้าง Her Story, Telling Lies และ Immortality ซึ่งกำลังทำงานกับโปรเจ็กต์ใหม่ร่วม…

บทสัมภาษณ์ในคอลัมน์ Disk Cleanup ของ PC Gamer พาไปสำรวจรสนิยมการเล่นเกมของ แซม บาร์โลว์ ผู้กำกับจาก Half Mermaid และผู้สร้าง Her Story, Telling Lies และ Immortality ซึ่งกำลังทำงานกับโปรเจ็กต์ใหม่ร่วมกับ Brandon Cronenberg และ Blumhouse Productions อยู่ในตอนนี้ โดยครั้งนี้เขาเปิดคลัง Steam Library ของตัวเองและเล่าให้ฟังว่าเขาหลงใหลเกมแบบใด เกมไหนยังติดตั้งค้างไว้ และเกมไหนเป็นเหมือนสมบัติที่ไม่มีวันลบออกจากเครื่อง
เกมที่เขากำลังเล่นอยู่คือ 868-BACK ผลงานของ Michael Brough ซึ่งบาร์โลว์ชื่นชมอย่างมากในฐานะคนที่ชอบเกมโร้กลike แบบเรียบง่ายแต่คมกริบ เขาอธิบายว่าเกมของ Brough มีเสน่ห์ตรงการ “รื้อ” โครงสร้างของโร้กลike ออกมาให้เหลือแก่นที่เล็กลง ก่อนจะขัดเกลาให้กลายเป็นระบบที่มีน้ำหนักของตัวเอง เขามองว่าเกมนี้ทั้งยอดเยี่ยมและโหดเครียด เพราะทุกการตัดสินใจอาจพังได้ทันที จนทำให้ต้องหยุดพักเมื่อเล่นหนักเกินไป แม้จะยังอยากฝึกฝนให้เก่งพอสมกับเกมก็ตาม
เมื่อถามถึงเกมก่อนหน้า บาร์โลว์ย้อนไปที่ D: The Game ของ Kenji Eno ซึ่งเขาหยิบกลับมาเล่นหลังได้อ่านบทสัมภาษณ์ที่โด่งดังระหว่าง Eno กับ ชิเงรุ มิยาโมโตะ เขายอมรับว่าเกมนี้มีข้อจำกัดด้านดีไซน์และการควบคุมที่ค่อนข้างเก่า แต่กลับมีบรรยากาศ งานภาพ และอารมณ์แบบภาพยนตร์ที่น่าสนใจมาก เขายังเล่าด้วยว่าเกมนี้ถูกออกแบบให้เล่นเหมือนดูหนังมากกว่าจะเล่นเกมทั่วไป เพราะมีเวลาจำกัดและไม่มีระบบเซฟ ทำให้เขาเคยพลาดจบเกมเพราะมัวสลับหน้าต่างไปทำงาน จนตั้งใจว่าจะกลับไปเล่นแบบทุ่มสมาธิเต็มที่อีกครั้ง
ในหมวดเกมเก่าที่สุดที่ยังติดตั้งอยู่ บาร์โลว์แบ่งคำตอบเป็นสองกรณี หากนับ ROM เขายังเก็บ The New Zealand Story เวอร์ชันปี 1988 ไว้เสมอเพราะเป็นเกมที่เขารักมาก แต่ถ้าจำกัดเฉพาะเกมดิจิทัลที่ถูกต้องตามสิทธิ์ เขาเลือก Dragon Wars ปี 1989 ของ Interplay ซึ่งเขามองว่าเป็นเกม CRPG ที่มีความสำคัญต่อเขาในฐานะเกมแนวตั้งต้น เขาชื่นชมการออกแบบที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นใช้สกิลแบบไม่คาดคิด เช่น การ “ซ่อน” ตัวในกองศพเพื่อหลบหนีการคุมเข้มของเมือง ซึ่งสะท้อนเสน่ห์ของเกมยุคเก่าที่ปล่อยให้ผู้เล่นค้นพบวิธีแก้ปัญหาด้วยตัวเองมากกว่าบอกทางตรงๆ
เมื่อพูดถึงเกมที่ใช้เวลามากที่สุดใน Steam บาร์โลว์ตอบว่าเป็น Shiren the Wanderer: The Mystery Dungeon of Serpentcoil Island ที่เขาเล่นไปมากกว่า 500 ชั่วโมง และยกให้เป็นทั้งเกมโร้กลike ที่ดีที่สุดเกมหนึ่งและอาจเป็นเกมที่ดีที่สุดที่เขาเคยเล่น เขาชื่นชมความลึกของระบบ ความเป็นไปได้ที่หลากหลาย และการปรับปรุงอินเทอร์เฟซในภาคนี้ พร้อมยอมรับว่ายังมีดันเจียนระดับยากที่สุดที่เขาเอาชนะไม่ได้ แต่ก็ยังกลับไปเล่นซ้ำอย่างไม่เบื่อ เพราะทุกครั้งยังมีชั้นเชิงใหม่ให้ค้นพบอยู่เสมอ
สำหรับเกมที่เขาจะไม่มีวันลบออกจากเครื่อง บาร์โลว์เลือก Riven เวอร์ชันดั้งเดิม แม้จะมีรีเมกออกมาแล้วก็ตาม เขามองว่าเกมนี้เป็นงานศิลปะชั้นยอดที่เด่นทั้งด้านบรรยากาศ ภาพ เสียง และความรู้สึกสมจริงของโลกภายในเกม โดยเฉพาะเมื่อเล่นในความละเอียด 640×480 ที่ทำให้โลกของ Riven ดูมีตัวตนอย่างเหลือเชื่อ เขายังบอกว่ามักเก็บเกมนี้ไว้เพื่อกลับไปเดินสำรวจสถานที่โปรด หรือหยิบมาเล่นใหม่ทุกไม่กี่ปี พร้อมจดบันทึกและวาดแผนผังการแก้ปริศนาเอง จนทำให้มันกลายเป็นเหมือนผลงานศิลป์ชิ้นหนึ่งที่เขาอยากมีติดเครื่องตลอดไป
โดยรวม บทความนี้สะท้อนตัวตนของบาร์โลว์ในฐานะนักออกแบบเกมที่ให้ค่ากับความประณีต ความเรียบง่ายที่ลึกซึ้ง และเกมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง ไม่ว่าจะเป็นโร้กลike ที่ท้าทายจนแทบทรมาน เกมผจญภัยเก่าที่มีเสน่ห์เฉพาะยุค หรือผลงานศิลปะเชิงปริศนาที่เขารักเหมือนวัตถุสะสม มากพอๆ กับเกมสมัยใหม่ที่เขากำลังสร้างอยู่เอง


