The Weeknd อิน Persona หนักมาก จนแฟนๆ ลุ้นอาจมีส่วนร่วมกับ Persona 6
บทความเล่ากระแสความคลั่งไคล้ซีรีส์ Persona ของศิลปินดัง The Weeknd ที่กลายเป็นประเด็นในหมู่แฟนเกม หลังเจ้าตัวโพสต์เกี่ยวกับการเล่น Persona 3 Reload และ Persona 5 Royal อย่างต่อเนื่องบนบัญชีโซเชียลส่วน…

บทความเล่ากระแสความคลั่งไคล้ซีรีส์ Persona ของศิลปินดัง The Weeknd ที่กลายเป็นประเด็นในหมู่แฟนเกม หลังเจ้าตัวโพสต์เกี่ยวกับการเล่น Persona 3 Reload และ Persona 5 Royal อย่างต่อเนื่องบนบัญชีโซเชียลส่วนตัว จนภาพลักษณ์ของเขาในมุมคนดังที่เล่นเกมไม่ได้เป็นแค่กิจกรรมยามว่าง แต่กลายเป็นการแสดงออกถึงความเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเกมชุดนี้อย่างชัดเจน
สิ่งที่บทความเน้นเป็นพิเศษคือความผูกพันของเขากับ Persona 5 Royal โดยเฉพาะตัวละคร Tae Takemi ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเลือกความสัมพันธ์ในเกม จุดเริ่มต้นจากการพลาดเส้นทางโรแมนซ์ของตัวละครนี้ กลายเป็นการ “ลงแดง” แบบเต็มตัว เขาโพสต์ทั้งมุกในสตอรี่ อินสตาแกรม รีแอคชันตลก ๆ และการตัดต่อภาพต่าง ๆ ที่เอา Takemi มาใส่กับผลงานหรือคลิปของตัวเอง จนแฟน ๆ เห็นได้ชัดว่าเขาหมกมุ่นกับตัวละครนี้มากแค่ไหน
หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือภาพตัดต่อที่ทำเหมือนเขามีรอยสัก Tae Takemi ขนาดใหญ่บนต้นแขน แม้ผู้เขียนจะมองว่าน่าจะเป็นเพียงภาพแต่งมากกว่ารอยสักจริง แต่ก็สะท้อนว่าการเล่นมุกและการอินกับ Persona ของเขาไปไกลเกินระดับแฟนทั่วไปแล้ว ซึ่งยิ่งตอกย้ำภาพของ The Weeknd ในฐานะคนดังที่มีรสนิยมด้านเกมชัดเจนและไม่พยายามปิดบังความเป็นเนิร์ดของตัวเอง
บทความยังระบุว่า The Weeknd เคยได้เข้าเยี่ยมสำนักงาน Atlus และมีโอกาสลองเล่น Persona 4 Revival เวอร์ชันต้นแบบ รวมถึงสอดส่องความคืบหน้าของ Persona 6 ด้วย เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการคาดเดาในหมู่แฟนเกมว่าเขาอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเกมภาคใหม่ โดยเฉพาะในด้านเพลงประกอบ หรืออาจมีการร่วมงานกับ Atlus ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนมองว่าความเป็นไปได้นั้นยังมีข้อกังขาอยู่ เพราะ Persona มีเอกลักษณ์ด้านดนตรีที่ชัดมากในแต่ละภาค และมักพึ่งพาศิลปินหลักเพียงไม่กี่คนเพื่อสร้างอัตลักษณ์ทางเสียงที่แยกภาคได้ทันที จึงไม่แน่ชัดว่าโทนเสียงของ The Weeknd จะเข้ากับทิศทางของ Persona 6 ซึ่งคาดกันว่าอาจมีบรรยากาศเข้มและดิบกว่าภาคก่อน ๆ หรือไม่
โดยสรุป บทความนี้เป็นทั้งการเล่าเรื่องความเป็นแฟนเกมของ The Weeknd และการตั้งคำถามว่า ความคลั่งไคล้ของเขาจะนำไปสู่การร่วมงานจริงกับ Atlus หรือเป็นเพียงสีสันบนโซเชียลเท่านั้น แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เรื่องนี้ก็ช่วยย้ำภาพว่า Persona ไม่ได้เป็นแค่เกม RPG ยอดนิยม หากยังมีอิทธิพลทางวัฒนธรรมพอจะดึงดูดศิลปินระดับโลกให้เข้าไปมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง


