แมตต์ เดมอนเคยปฏิเสธเกม Bourne เพราะอยากให้เล่นสไตล์ Myst
ข่าวชิ้นนี้พูดถึงการที่แมตต์ เดมอนกลับมาเกี่ยวข้องกับโลกเกมอีกครั้ง หลังจากตัวละครหน้าตาคล้ายเขาถูกนำไปเป็นสกินใน Fortnite เพื่อโปรโมตผลงานภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่เขาแสดงนำ จนทำให้ผู้เขียนย้อนถามว่าเขา…

ข่าวชิ้นนี้พูดถึงการที่แมตต์ เดมอนกลับมาเกี่ยวข้องกับโลกเกมอีกครั้ง หลังจากตัวละครหน้าตาคล้ายเขาถูกนำไปเป็นสกินใน Fortnite เพื่อโปรโมตผลงานภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่เขาแสดงนำ จนทำให้ผู้เขียนย้อนถามว่าเขาเคยมีส่วนกับวิดีโอเกมมาก่อนหรือไม่
คำตอบคือแทบไม่เคยมีผลงานเกมที่ใช้ใบหน้าเขาโดยตรง แต่เดมอนเคยเกือบได้เป็นส่วนหนึ่งของเกม The Bourne Conspiracy เมื่อปี 2008 ซึ่งสร้างจากจักรวาลนิยายและภาพยนตร์ Bourne ที่เขาเป็นดาวเด่นอยู่แล้ว ทว่าเขาปฏิเสธข้อเสนอ เพราะไม่เห็นด้วยที่เกมจะถูกออกแบบเป็นเกมยิงหรือแอ็กชันตรงไปตรงมาตามสูตรที่คาดกัน
เดมอนเคยเล่าว่าเขาพยายามผลักดันให้เกมมีโทนและโครงสร้างใกล้กับ Myst มากกว่า โดยมองว่าบุคลิกของตัวละครที่มีอาการสูญเสียความทรงจำควรถูกนำไปเล่นกับปริศนาและการสืบหาความจริง ไม่ใช่เน้นการยิงต่อสู้เพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ทีมพัฒนาหรือผู้เกี่ยวข้องไม่รับแนวคิดนั้น และสุดท้ายเกมก็ออกวางจำหน่ายโดยไม่มีการใช้ใบหน้าของเขา
บทความยังอ้างถึงการให้สัมภาษณ์ของเดมอนในรายการ Hot Ones ปี 2021 ที่เขาพูดเรื่องนี้ด้วยน้ำเสียงขำ ๆ และย้ำว่าเขาถูกเสนอค่าตัวจำนวนมาก แต่ก็ยังรู้สึกว่าเกมควรมี “ความคิด” มากกว่านั้น เขาเคยให้สัมภาษณ์ใน Reddit AMA เมื่อปี 2016 ด้วยว่าเปิดรับการพากย์เสียงหรือโมชั่นแคปเจอร์ หากมีโอกาสและโปรเจ็กต์ที่เหมาะสม
ในอีกมุมหนึ่ง ผู้เขียนใช้เรื่องนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมเกมตลอดทศวรรษที่ผ่านมา เมื่อก่อนการพูดถึงเกมที่ดึงดาราฮอลลีวูดมามีส่วนร่วมมักผูกกับการเล่าเรื่องแบบภาพยนตร์ แต่ปัจจุบันวงการกลับให้ความสำคัญกับ UGC, AI, metaverse และรูปแบบเกมที่สร้างประสบการณ์แบบเกิดขึ้นเฉพาะหน้า มากกว่าการแข่งกับฮอลลีวูดโดยตรง
ดังนั้น การที่เดมอนมาเป็นสกินใน Fortnite จึงถูกมองว่าเป็นภาพสะท้อนของยุคสมัยอย่างดี: แทนที่จะเป็นเกมฟอร์มใหญ่แบบ prestige tie-in หรือผลงานที่ขับเคลื่อนด้วยชื่อดารา เขากลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศเกมแบบ live service ที่นำคนดังและวัฒนธรรมป๊อปมาผูกกับคอนเทนต์ในเกมมากกว่าการสร้างเกมเล่าเรื่องแบบดั้งเดิม


