Nicolas Cage บอกโล่งใจที่ Spider-Noir ถูกยกเลิก ชี้หนึ่งซีซันพอแล้ว
นักแสดงเจ้าของบท Ben Reilly มองว่าซีรีส์สั้นหนึ่งฤดูกาลเหมาะกับตัวละครนี้ และย้ำว่าไม่อยากให้บทซ้ำจนเสียความสดใหม่ ขณะเดียวกันเขายังไม่คิดกลับไปทำงานกับ Amazon หลังมีปัญหาเรื่อง AI

Nicolas Cage เปิดเผยว่าเขารู้สึกโล่งใจที่ซีรีส์ Spider-Noir ถูกยกเลิกโดย Prime Video หลังออกฉายไปได้เพียงซีซันเดียวในปีนี้ โดยซีรีส์ดังกล่าวซึ่ง Cage รับบท Ben Reilly ในเวอร์ชันแอนิเมชันของ Spider-Man เคยได้เสียงตอบรับดีช่วงแรก แต่ถูกถอดออกจากท็อป 10 ของแพลตฟอร์มก่อนที่การยกเลิกจะถูกยืนยันในเดือนกันยายน
Cage ให้สัมภาษณ์กับ IGN ระหว่างเดินพรมแดงงานโปรโมตภาพยนตร์ Madden ว่าเขามองว่า “หนึ่งซีซันเพอร์เฟกต์” สำหรับเรื่องนี้ เพราะเป็นงานที่เขาต้องการสื่อสารแนวคิดของตัวละครให้จบในระยะสั้น ไม่ต้องลากไปหลายซีซันจนความแปลกใหม่ลดลง เขาย้ำว่า Ben Reilly เป็นตัวละครที่มีความเฉพาะตัวสูง และถ้าฝืนทำต่อในซีซัน 2 หรือ 3 อาจกลายเป็นการ “ใช้ตัวละครจนเกินพอดี”
นักแสดงรายนี้เคยให้ความเห็นในทำนองเดียวกันกับ Deadline โดยบอกว่าซีรีส์นี้คือ “dangerous, innovative, pop-art Spider-Man” และเขาพอใจกับการจบแบบมีจุดหมายของมัน มากกว่าการยืดเรื่องราวต่อไปเรื่อย ๆ Cage ยังเปรียบเทียบกับงานแสดงแบบมินิซีรีส์หรือผลงานที่จบในตัวเอง ซึ่งเขารู้สึกว่าเหมาะกับวิธีทำงานของตนมากกว่า
อีกเหตุผลที่ Cage ไม่น่าจะกลับไปเล่นใน Spider-Noir ต่อคือความขัดแย้งกับ Amazon เรื่องการใช้ AI โดยเขาเคยระบุว่าไม่ยอมเซ็นเอกสารยินยอมให้ใช้ AI กับซีรีส์แอนิเมชันเรื่องนี้ และบอกว่าอาจจะไม่ได้ร่วมงานกับสตูดิโอเดิมอีกต่อไป เขายังพูดในเชิงวิจารณ์อย่างชัดเจนว่าเขาไม่ใช่นักแสดงที่สนับสนุน AI และไม่ต้องการให้เทคโนโลยีแบบนี้เข้าไปกำหนดผลงานการแสดง
Cage ยังย้ำจุดยืนนี้ในงาน Saturn Awards ปี 2025 โดยพูดว่า AI ไม่สามารถสะท้อนสภาวะมนุษย์ได้ และเตือนว่าหากนักแสดงยอมให้เครื่องจักรเข้ามาควบคุมการแสดงแม้เพียงเล็กน้อย คุณค่าทางศิลปะอาจถูกแทนที่ด้วยผลประโยชน์ทางการเงิน ในขณะเดียวกัน เขากำลังเตรียมตัวสำหรับการฉาย Madden วันที่ 18 พฤศจิกายน ซึ่งเขารับบทเป็น John Madden และกำลังเป็นที่พูดถึงจากกระแสถกเถียงของแฟน ๆ อยู่แล้ว


