สารคดี Theranos ตอกย้ำว่าในโลกไบโอเทค เราไม่อาจเห็นทุกอย่างได้
บทความนี้เล่าความรู้สึกของผู้เขียนหลังชมสารคดีเรื่องใหม่เกี่ยวกับ Elizabeth Holmes อดีตซีอีโอ Theranos ที่เคยถูกยกเป็นดาวรุ่งแห่งวงการไบโอเทค ก่อนจะกลายเป็นคดีฉ้อโกงระดับใหญ่ ผู้เขียนบอกว่าหนังไม่ได้…

บทความนี้เล่าความรู้สึกของผู้เขียนหลังชมสารคดีเรื่องใหม่เกี่ยวกับ Elizabeth Holmes อดีตซีอีโอ Theranos ที่เคยถูกยกเป็นดาวรุ่งแห่งวงการไบโอเทค ก่อนจะกลายเป็นคดีฉ้อโกงระดับใหญ่ ผู้เขียนบอกว่าหนังไม่ได้ทำให้เรื่องราวของ Theranos ใหม่ขึ้นมากนัก เพราะหลายคนรู้จักคดีนี้ดีอยู่แล้วจากรายงานข่าว หนังสือ Bad Blood และซีรีส์ The Dropout แต่สิ่งที่หนังปลุกขึ้นมาอีกครั้งคือคำถามสำคัญในงานข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี: ต่อให้พยายามแค่ไหน เราก็ไม่มีทางมองเห็นความจริงได้ครบทุกด้านเสมอไป
บทความทบทวนเส้นทางของ Theranos ตั้งแต่ Holmes ออกจาก Stanford ในวัย 19 ปี มาสร้างบริษัทที่อ้างว่าสามารถตรวจเลือดได้หลายร้อยรายการจากเลือดเพียงไม่กี่หยด บริษัทระดมทุนได้มหาศาลและเคยถูกประเมินมูลค่าสูงถึง 9 พันล้านดอลลาร์ จน Holmes ถูกยกให้เป็นมหาเศรษฐีหญิงอายุน้อยที่สร้างตัวเองได้ แต่สถานการณ์เริ่มพังทลายในปี 2015 เมื่อการสืบสวนของ Wall Street Journal และเสียงเตือนจากอดีตพนักงานชี้ว่าระบบทดสอบอาจไม่ได้ผลจริง ต่อมารัฐบาลสหรัฐฯ รายงานว่าห้องแล็บของบริษัทมีปัญหาพื้นฐานหลายอย่าง และในที่สุด Holmes ก็ถูกตั้งข้อหาฉ้อโกงครั้งใหญ่ ก่อนถูกตัดสินจำคุกมากกว่าสิบปี
ผู้เขียนอธิบายว่าสารคดีให้ภาพที่ใกล้ชิดและอึดอัดอย่างยิ่ง โดยถ่าย Holmes และ Billy Evans คู่ชีวิตของเธอในบ้าน ขณะดูแลลูกเล็กสองคนในช่วงก่อนเธอเข้ารับโทษ ฉากเหล่านั้นทำให้ผู้เขียนรู้สึกทั้งสงสารและไม่สบายใจ เพราะ Holmes ยังดูมีพลังในการชักจูงคนรอบตัว แม้ผู้ชมจะรู้ประวัติการหลอกลวงของเธอดีอยู่แล้ว หนังทำให้เห็นว่าเธอยังสามารถสร้างความคลางแคลงและบิดมุมมองของคนที่อยู่ตรงหน้าได้ รวมถึงอาจส่งผลต่อผู้ชมเองด้วย
จากนั้นบทความขยายไปสู่ประเด็นที่กว้างกว่า Theranos นั่นคือธรรมชาติของการรายงานวิทยาศาสตร์และชีวการแพทย์ ผู้เขียนย้ำว่าหนึ่งในสัญญาณเตือนสำคัญในคดีนี้คือการไม่มีข้อมูลที่เผยแพร่และผ่านการตรวจสอบโดยนักวิชาการภายนอก แม้ peer review จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับงานวิจัย แต่ระบบนี้ก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบ เพราะงานวิจัยจำนวนไม่น้อยยังอาจพูดเกินจริง ตีความเกินหลักฐาน หรือแม้แต่มีการบิดเบือนข้อมูล และผลลัพธ์จำนวนมากก็เคยถูกถอนหรือแก้ไขภายหลัง
ผู้เขียนเชื่อมโยงเรื่องนี้กับแนวโน้มใหม่ของการเผยแพร่งานวิจัยผ่าน preprint, ข่าวประชาสัมพันธ์ของบริษัท, โซเชียลมีเดีย และการนำเสนอในที่ประชุม ซึ่งหลายกรณีเกิดขึ้นก่อนหรือโดยไม่ผ่านการตรวจสอบแบบดั้งเดิม ทำให้การประเมินข้ออ้างทางวิทยาศาสตร์ยิ่งยากขึ้นสำหรับทั้งนักข่าวและสาธารณะ บทความสะท้อนความกังวลส่วนตัวของผู้เขียนว่า แม้จะพยายามตรวจสอบอย่างรอบคอบเพียงใด ก็ยังมีโอกาสถูกเรื่องเล่าที่น่าดึงดูดหลอกได้อยู่ดี
ท้ายที่สุด บทความไม่ได้พยายามพิพากษา Holmes ซ้ำ หากแต่ใช้สารคดีเรื่องนี้เป็นกระจกสะท้อนให้เห็นข้อจำกัดของการสื่อสารวิทยาศาสตร์และชีวเทคโนโลยีในโลกจริง ข้อสรุปคือไม่ว่าจะเป็นนักข่าว นักวิจัย หรือนักลงทุน ทุกคนควรระแวดระวังต่อเรื่องเล่าที่ฟังดูดีเกินจริง และหมั่นตั้งคำถามกับหลักฐานที่อยู่เบื้องหลังอยู่เสมอ เพราะในโลกของไบโอเทค เราอาจ “เห็น” ได้มาก แต่ไม่เคยเห็นทุกอย่างครบถ้วนจริงๆ