Google เผย 4 เอเจนต์ AI เล่น Minecraft จนชนะ Ender Dragon ได้เอง ใช้เวลารวมกว่า 27 ชั่วโมง
งานวิจัยล่าสุดของ Google ระบุว่าเอเจนต์ AI 4 ตัวที่ขับเคลื่อนด้วย Gemini 4 Argon สามารถเล่น Minecraft จนเอาชนะ Ender Dragon ได้โดยไม่ต้องมีมนุษย์เข้ามาช่วยตัดสินใจหรือเขียนกลยุทธ์ให้ล่วงหน้า ถือเป็น…

งานวิจัยล่าสุดของ Google ระบุว่าเอเจนต์ AI 4 ตัวที่ขับเคลื่อนด้วย Gemini 4 Argon สามารถเล่น Minecraft จนเอาชนะ Ender Dragon ได้โดยไม่ต้องมีมนุษย์เข้ามาช่วยตัดสินใจหรือเขียนกลยุทธ์ให้ล่วงหน้า ถือเป็นความสำเร็จที่ผู้วิจัยมองว่าเป็นครั้งแรกของการจบเกมแบบอัตโนมัติทั้งกระบวนการด้วยเอเจนต์ AI ในลักษณะนี้
ภารกิจดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการเข้าไปต่อสู้กับบอสปลายเกมเท่านั้น แต่ยังต้องผ่านขั้นตอนพื้นฐานจำนวนมากก่อนถึง The End ไม่ว่าจะเป็นการหา Ender Pearl, End Rods การคราฟต์ Eyes of Ender การสำรวจหา Stronghold และการแก้ปริศนาในเกม ทำให้เป็นงานที่ต้องอาศัยการวางแผนต่อเนื่อง การสะสมทรัพยากร และการพัฒนาทักษะในเกมไปทีละขั้น
Google เริ่มการทดสอบด้วยการปล่อยเอเจนต์ทั้ง 4 ตัวเข้าไปในโลก Minecraft แบบสุ่ม พร้อมเป้าหมายชัดเจนเพียงอย่างเดียวคือกำจัด Ender Dragon ตัวเอเจนต์สื่อสารกันผ่านแชตในเกมและใช้หน่วยความจำร่วมกัน โดยไม่มีการกำหนดบทบาทหรือเขียนตรรกะการเล่นไว้ล่วงหน้า นักวิจัยระบุว่าเอเจนต์เป็นฝ่ายวางแผน เขียนโปรแกรม และแก้บั๊กของตัวเองทั้งหมด ขณะที่ทีมวิจัยมีหน้าที่เพียงเฝ้าดูผ่านแดชบอร์ดและสามารถหยุดการทดลองได้หากจำเป็น
ระหว่างการเล่น เอเจนต์ค่อย ๆ แบ่งงานกันเองโดยธรรมชาติ บางตัวสร้างที่หลบภัยสำหรับฟาร์มทรัพยากร บางตัวออกหาอาหาร และบางตัวเน้นการสำรวจพื้นที่ พวกมันยังแลกเปลี่ยนคำแนะนำเรื่องการต่อสู้ ช่วยกันเก็บกู้ของเมื่อมีตัวตาย และปรับแผนไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในเกม
ตัวเลขจากการทดลองสะท้อนว่าระบบยังห่างไกลจากคำว่าเก่งหรือมีประสิทธิภาพสูง เอเจนต์ทั้ง 4 ตัวสื่อสารกันรวม 229 ข้อความ รันโปรแกรมไป 2,783 ครั้ง และตายรวม 605 ครั้ง โดยใช้เวลาประมาณ 13.5 ชั่วโมงกว่าจะไปถึง The End ส่วนเวลาที่เหลืออีกหลายชั่วโมงหมดไปกับการพยายามล้มบอส ซึ่งยืนยันว่าแม้จะทำงานได้เอง แต่ยังมีปัญหาด้านความแม่นยำและการตัดสินใจอย่างมาก
ด้านต้นทุน การทดลองนี้ใช้โทเคนขาเข้าถึง 1.35 พันล้านโทเคน คิดเป็นค่าใช้จ่ายโดยประมาณราว 1,620 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเฉลี่ยประมาณ 60 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงสำหรับทั้งระบบ ซึ่งสะท้อนว่าการทดสอบเอเจนต์ลักษณะนี้ยังมีราคาสูงมากเมื่อเทียบกับการใช้งานจริงในวงกว้าง
นักวิจัยของ Google อธิบายว่าเป้าหมายของการทดลองไม่ได้อยู่ที่การทำสถิติความเร็วในเกม แต่เพื่อศึกษาว่าเอเจนต์หลายตัวจะประสานงานกันอย่างไรในงานที่ทุกขั้นตอนมองเห็นได้ชัด และต้องรักษาแผนระยะยาวท่ามกลางความล้มเหลวซ้ำ ๆ พวกเขามองว่าความสามารถอย่างการทำงานเป็นทีม การฟื้นตัวหลังผิดพลาด และการเดินหน้าตามเป้าหมายเป็นเวลานาน คือทักษะสำคัญที่เอเจนต์ AI จะต้องมีหากวันหนึ่งต้องทำงานร่วมกับมนุษย์ในโลกจริง

