จอห์นนี เดปป์โผล่ Comic-Con ในบทสกรูจ พร้อมปล่อยตัวอย่างหนังคัมแบ็กฮอลลีวูด
จอห์นนี เดปป์กลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้งด้วยการปรากฏตัวแบบเซอร์ไพรส์ในงาน San Diego Comic-Con โดยสวมคอสตูมและเมกอัปเต็มรูปแบบในบทเอเบนีเซอร์ สกรูจ ตัวละครเอกจากเรื่อง Christmas Carol ของชาร์ลส์ ดิก…

จอห์นนี เดปป์กลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้งด้วยการปรากฏตัวแบบเซอร์ไพรส์ในงาน San Diego Comic-Con โดยสวมคอสตูมและเมกอัปเต็มรูปแบบในบทเอเบนีเซอร์ สกรูจ ตัวละครเอกจากเรื่อง Christmas Carol ของชาร์ลส์ ดิกเกนส์ ซึ่งเป็นบทนำในภาพยนตร์เรื่องใหม่ชื่อ Ebenezer ที่ถูกมองว่าเป็นผลงานคัมแบ็กครั้งสำคัญของเขาในฮอลลีวูด
ภายในงาน เดปป์พบปะแฟน ๆ ในพื้นที่จำลองบรรยากาศบ้านของตัวละคร ก่อนจะพูดคำติดปาก “humbug” สร้างเสียงเชียร์จากผู้ร่วมงาน และยังโผล่ไปร่วมเปิดเผยตัวอย่างหนังในพาเนล Directors on Directing แบบไม่คาดคิด เหตุการณ์เหล่านี้ช่วยดึงความสนใจไปยังภาพลักษณ์ใหม่ของเขาอย่างมาก หลังจากห่างจากบทนำในงานใหญ่ของฮอลลีวูดไปเกือบสิบปี
Ebenezer เป็นภาพยนตร์ตีความใหม่จากเรื่องคริสต์มาสคลาสสิก และยังมีนักแสดงชื่อดังร่วมงานหลายคน เช่น Ian McKellen, Daisy Ridley, Rupert Grint, Andrea Riseborough และ Tramell Tillman อย่างไรก็ตาม แกนกลางของกระแสประชาสัมพันธ์ยังคงอยู่ที่เดปป์ เพราะนี่คือบทภาพยนตร์ฮอลลีวูดขนาดใหญ่ครั้งแรกของเขาในรอบนาน หลังช่วงเวลาที่ผลงานหลัก ๆ ของเขาไปอยู่กับโปรเจกต์ขนาดเล็กหรือหนังต่างประเทศ
การกลับมาครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบริบทสำคัญคือภาพลักษณ์ของเดปป์ที่เคยสั่นคลอนจากคดีความและข้อพิพาทที่ถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวางกับอดีตภรรยา Amber Heard ทำให้สื่อและแฟน ๆ มอง Ebenezer ไม่ใช่แค่หนังคริสต์มาสเรื่องหนึ่ง แต่เป็นบททดสอบว่าเขาจะกลับมายืนแถวหน้าของอุตสาหกรรมได้หรือไม่
ขณะเดียวกัน ยังมีคำถามต่อเนื่องว่าเดปป์จะได้กลับไปรับบทที่เขาเป็นที่จดจำมากที่สุดอย่างกัปตันแจ็ก สแปร์โรว์ในแฟรนไชส์ Pirates of the Caribbean หรือไม่ แม้โปรดิวเซอร์ Jerry Bruckheimer เคยพูดในเชิงบวกว่าอยากให้เขากลับมา และย้ำว่าภาคต่อมีแผนดึงนักแสดงบางส่วนกลับคืน พร้อมรีบูตในมุมมองใหม่ แต่อนาคตของโปรเจกต์ดังกล่าวยังไม่ชัดเจน
ทั้งหมดนี้ทำให้การเปิดตัวตัวอย่าง Ebenezer มีน้ำหนักเกินกว่าการโปรโมตหนังตามปกติ เพราะมันอาจเป็นตัวชี้วัดกระแสตอบรับของเดปป์ในฐานะนักแสดงนำระดับสตูดิโออีกครั้ง โดยภาพยนตร์มีกำหนดเข้าฉายในวันที่ 13 พฤศจิกายน ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมาอย่างเต็มตัว หรือเป็นเพียงอีกหนึ่งก้าวในเส้นทางคัมแบ็กที่ยังต้องพิสูจน์ต่อไป


