Sean Murray เผย Light No Fire จะเดินตามรอย No Man’s Sky และอาจมีอัปเดตต่อเนื่องหลังเปิดตัว
Sean Murray ผู้ร่วมก่อตั้ง Hello Games กล่าวในโอกาสครบรอบ 10 ปีของ No Man’s Sky ว่าโปรเจกต์ใหม่อย่าง Light No Fire ถูกวางแนวคิดให้เป็นเกมที่ “เปิดพื้นที่” สำหรับไอเดียหลากหลายเหมือนที่ No Man’s Sky…

Sean Murray ผู้ร่วมก่อตั้ง Hello Games กล่าวในโอกาสครบรอบ 10 ปีของ No Man’s Sky ว่าโปรเจกต์ใหม่อย่าง Light No Fire ถูกวางแนวคิดให้เป็นเกมที่ “เปิดพื้นที่” สำหรับไอเดียหลากหลายเหมือนที่ No Man’s Sky เคยเป็น แต่เปลี่ยนจากโลกไซไฟมาเป็นแฟนตาซีขนาดมหึมาแทน เขาอธิบายว่าจุดแข็งของ No Man’s Sky คือโครงสร้างของเกมที่รองรับการเติมฟีเจอร์ใหม่ ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ จึงทำให้ทีมต้องการสร้างเกมถัดไปให้มีความยืดหยุ่นในลักษณะเดียวกัน
Murray ย้ำว่า Light No Fire มีโอกาสสูงจะได้รับการพัฒนาต่อหลังวางจำหน่ายในรูปแบบเดียวกับ No Man’s Sky โดยเขาตอบชัดว่า “ใช่ แน่นอน” เมื่อถูกถามว่าเกมใหม่นี้จะมีการเพิ่มฟีเจอร์ใหญ่ ๆ หลังเปิดตัวหรือไม่ แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับประสบการณ์ของทีมจากช่วงหลายปีที่ผ่านมาซึ่ง No Man’s Sky ถูกขยายเนื้อหาอย่างต่อเนื่องด้วยอัปเดตฟรีจำนวนมาก และหลายระบบเกิดจากการรับฟังสิ่งที่ผู้เล่นต้องการ
เขายังเล่าด้วยว่าแนวคิดบางอย่างที่เคยพัฒนาสำหรับ Light No Fire ถูกนำกลับไปต่อยอดใน No Man’s Sky ด้วย เช่น การอัปเดต Voyagers ในปี 2025 ที่เพิ่มยานอวกาศขนาดใหญ่แบบมีลูกเรือหลายคน ซึ่งเดิมเริ่มต้นจากไอเดียสำหรับ Light No Fire ก่อนจะถูกปรับให้เข้ากับระบบของ No Man’s Sky ได้อย่างลงตัว กรณีนี้สะท้อนว่าโปรเจกต์ทั้งสองเกมมีการส่งต่อแนวคิดและกลไกกันได้ในระดับหนึ่ง
สำหรับสถานะของ Light No Fire นั้น เกมยังคงอยู่ในช่วงที่ข้อมูลสาธารณะมีไม่มาก นับจากการประกาศในเดือนธันวาคม 2023 แต่คำให้สัมภาษณ์ล่าสุดชี้ให้เห็นว่าทีมยังมองเกมนี้เป็นงานระยะยาว และตั้งเป้าจะทำให้มันมีชีวิตหลังเปิดตัวเช่นเดียวกับ No Man’s Sky Murray ยังบอกว่าเขาอยากทำงานกับเกมนี้ต่อไปอีก 10 ปีหลังออกขาย แม้จะไม่รู้ว่าจะเป็นไปได้จริงหรือไม่ แต่เขายืนยันว่ายังสนุกกับการพัฒนาอยู่หลังจากทุ่มเวลากับโปรเจกต์นี้มาราว 7 ปีแล้ว
โดยภาพรวม คำพูดของ Murray ตอกย้ำว่าสตูดิโอ Hello Games ยังคงยึดโมเดลเกมที่เปิดรับการเติบโตต่อเนื่องจากคอมมูนิตี้ และมอง Light No Fire ไม่ใช่เกมที่จบลงเมื่อวางขาย แต่เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถขยายตัวได้ยาวนาน คล้ายเส้นทางของ No Man’s Sky ที่เปลี่ยนจากเกมเปิดตัวสู่บริการระยะยาวที่มีการอัปเดตเพิ่มเนื้อหาอย่างสม่ำเสมอ


