Lyft ยอมจ่าย 272.5 ล้านดอลลาร์ยุติคดีจัดประเภทคนขับผิดกฎหมายในแคลิฟอร์เนีย
Lyft บรรลุข้อตกลงยอมความมูลค่า 272.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐกับสำนักงานอัยการสูงสุดของรัฐแคลิฟอร์เนียและอัยการเมืองอีก 3 แห่ง หลังถูกกล่าวหาว่าจงใจหลีกเลี่ยงกฎหมายแรงงานด้วยการจัดประเภทคนขับเป็นผู้รับจ้าง…

Lyft บรรลุข้อตกลงยอมความมูลค่า 272.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐกับสำนักงานอัยการสูงสุดของรัฐแคลิฟอร์เนียและอัยการเมืองอีก 3 แห่ง หลังถูกกล่าวหาว่าจงใจหลีกเลี่ยงกฎหมายแรงงานด้วยการจัดประเภทคนขับเป็นผู้รับจ้างอิสระ แทนที่จะเป็นลูกจ้างในช่วงปี 2016-2020 คดีนี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในข้อพิพาทสำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมเรียกรถ เพราะแตะประเด็นหลักว่าแพลตฟอร์มควรรับผิดชอบด้านค่าจ้าง สวัสดิการ และสิทธิแรงงานของผู้ขับขี่มากน้อยเพียงใด
ต้นตอของเรื่องย้อนกลับไปถึงเดือนพฤษภาคม 2020 เมื่อ Xavier Becerra ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดของแคลิฟอร์เนีย และปัจจุบันเป็นผู้สมัครเดโมแครตชิงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐ ยื่นฟ้องทั้ง Uber และ Lyft โดยระบุว่าบริษัทเรียกรถทั้งสองรายเลี่ยงกฎหมายของรัฐผ่านการระบุว่าคนขับไม่ใช่พนักงานตามนิยามทางกฎหมาย การฟ้องร้องดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่แคลิฟอร์เนียกำลังถกเถียงอย่างหนักเรื่องสถานะของแรงงานในเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม และการบังคับใช้มาตรฐานค่าจ้างกับบริษัทเทคโนโลยีที่พึ่งพาผู้รับจ้างจำนวนมาก
ข้อตกลงครั้งนี้ครอบคลุมเฉพาะ Lyft เท่านั้น โดยทางการระบุว่าเป็นการยุติข้อกล่าวหาเรื่องการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดค่าจ้างผ่านการจัดประเภทแรงงานผิด ส่วนคดีที่พุ่งเป้าไปที่ Uber ยังดำเนินต่อไป ไม่มีรายงานรายละเอียดทั้งหมดของเงื่อนไขเชิงปฏิบัติในบทความนี้ แต่ตัวเลขการยอมความที่สูงสะท้อนแรงกดดันทางกฎหมายและการกำกับดูแลที่บริษัทแพลตฟอร์มต้องเผชิญอย่างต่อเนื่องในสหรัฐฯ
ในเชิงอุตสาหกรรม คดีนี้ตอกย้ำว่ากลยุทธ์ใช้แรงงานแบบกิ๊กอีโคโนมีอาจไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาระตามกฎหมายแรงงานได้ตลอดไป โดยเฉพาะในรัฐที่เข้มงวดอย่างแคลิฟอร์เนีย ผลลัพธ์ยังอาจเป็นสัญญาณให้แพลตฟอร์มอื่น ๆ ทบทวนวิธีจ้างงาน การคุ้มครองคนขับ และความเสี่ยงจากการถูกดำเนินคดีในอนาคต ขณะเดียวกันก็สะท้อนว่าการต่อสู้เรื่องสถานะคนทำงานในเศรษฐกิจดิจิทัลยังไม่จบง่าย ๆ แม้จะผ่านมากว่าหลายปีแล้วก็ตาม


