เควิน ไฟกีรับรู้สึกเหมือน “ล้มเหลวอย่างหนัก” กับโปรเจกต์ Blade เวอร์ชันใหม่
เควิน ไฟกี ประธาน Marvel Studios ออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเขารู้สึกเหมือนเป็น “คนล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง” จากความล่าช้าและความไม่คืบหน้าของโปรเจกต์ Blade ฉบับรีบูตที่วางแผนให้ Mahershala Ali รับบทนำ…

เควิน ไฟกี ประธาน Marvel Studios ออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเขารู้สึกเหมือนเป็น “คนล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง” จากความล่าช้าและความไม่คืบหน้าของโปรเจกต์ Blade ฉบับรีบูตที่วางแผนให้ Mahershala Ali รับบทนำ โครงการนี้ถูกประกาศมาตั้งแต่ปี 2019 และถูกคาดหวังว่าจะเป็นการตีความใหม่ของนักล่าปีศาจดูดเลือดชื่อดัง แต่หลังจากผ่านไปหลายปี โปรเจกต์กลับยังไม่สามารถเดินหน้าได้ตามที่ตั้งใจ
ไฟกีอธิบายว่าบทภาพยนตร์ของ Blade ถูกพัฒนาและปรับแก้หลายรอบ รวมถึงมีช่วงหนึ่งที่วางโครงเรื่องไว้ในยุคสมัยก่อนปัจจุบัน ก่อนจะหันกลับมาเป็นเรื่องราวในยุคปัจจุบัน เขาระบุว่าทีมงานไม่มั่นใจว่าจะสามารถดึงบทที่ยังไม่ลงตัวไปต่อยอดให้ดีขึ้นในขั้นตอนการถ่ายทำได้ จึงตัดสินใจเลื่อนงานออกไปมากกว่าฝืนเดินหน้าทั้งที่ยังไม่พร้อม โดยย้ำว่าไม่ต้องการสร้างภาระให้ทั้งตัว Mahershala Ali และทีมสร้าง
ความไม่แน่นอนของ Blade ยังสะท้อนผ่านคำให้สัมภาษณ์ของ Mia Goth ซึ่งเคยถูกวางตัวในโปรเจกต์เวอร์ชันที่มีฉากหลังยุค 1920s เธอเล่าว่าเคยถึงขั้นไปทดสอบเคมีร่วมกับ Ali เข้ารับลองชุดและลองวิกผมแล้ว และรู้สึกตื่นเต้นกับทิศทางของงาน แต่สุดท้ายทุกอย่างก็พังทลายลงเมื่อแนวทางของหนังถูกยกเลิกและโปรเจกต์ถูกพักไว้
บทความยังชี้ให้เห็นผลกระทบที่ตามมาในเชิงปฏิบัติ เช่น เครื่องแต่งกายที่ผลิตไว้สำหรับตัวประกอบบางส่วนถูกขายต่อ และภายหลังถูกนำไปใช้ในภาพยนตร์แวมไพร์ย้อนยุคเรื่องอื่นอย่าง Sinners ของ Ryan Coogler ขณะเดียวกัน Wesley Snipes ซึ่งเคยเป็น Blade ในเวอร์ชันภาพยนตร์ก่อนหน้า กลับมารับบทผ่านจี้ใน Deadpool & Wolverine ทำให้แฟน ๆ ยิ่งจับตาว่า Blade ฉบับใหม่จะไปต่ออย่างไร และอาจมีพื้นที่ให้เวอร์ชันของ Snipes ได้รับการอำลาที่เหมาะสมหรือไม่
ไฟกีให้สัมภาษณ์ในลักษณะกึ่งขำกึ่งเครียดว่า เรื่องนี้แทบจะกลายเป็น “ช่วงบำบัด” เมื่อถูกถามถึงสถานะของ Blade โดยเขาย้ำว่ารู้สึกดีที่ได้เห็น Snipes กลับมาในจักรวาลภาพยนตร์อีกครั้ง แต่ในเวลาเดียวกันก็รู้สึกผิดหวังอย่างมากที่ไม่สามารถทำให้เวอร์ชันของ Ali เกิดขึ้นได้จริง คำพูดดังกล่าวสะท้อนว่าปัญหาของ Blade ไม่ใช่แค่การเลื่อนฉายธรรมดา แต่เป็นกรณีตัวอย่างของโปรเจกต์บิ๊กเนมของ Marvel ที่ติดขัดทั้งด้านบทและการพัฒนาอย่างยืดเยื้อ
ประเด็นนี้ยังดึงความสนใจไปยังผู้เกี่ยวข้องรายอื่น ๆ ด้วย เช่น David S. Goyer ผู้เขียนบทไตรภาค Blade ต้นฉบับที่เคยออกมาบอกว่าเขาก็แปลกใจเช่นกันว่าทำไมการรีบูตจึงใช้เวลานานขนาดนี้ ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนยังลามไปถึงโปรเจกต์เกม Blade ที่พัฒนาโดย Arkane Lyon ซึ่งเผชิญความคลุมเครือจากการเปลี่ยนแปลงในเครือ Xbox/Microsoft ทำให้ชื่อ Blade ในยุคปัจจุบันกลายเป็นสัญลักษณ์ของทั้งความคาดหวังและความติดขัดของงานสร้างสื่อบันเทิงขนาดใหญ่


