VisionQuest เปิดฉากพา “ไวชัน” กลับมาสำรวจตัวตนและอดีตที่ค้างคา
VisionQuest เป็นซีรีส์ใหม่ของ Marvel บน Disney+ ที่เริ่มฉายตอนแรกวันที่ 14 ตุลาคม และทำหน้าที่เหมือนเป็นบทสรุปของเส้นเรื่องที่เริ่มจาก WandaVision ต่อเนื่องมาถึง Agatha All Along โดยครั้งนี้โฟกัสไปที่…

VisionQuest เป็นซีรีส์ใหม่ของ Marvel บน Disney+ ที่เริ่มฉายตอนแรกวันที่ 14 ตุลาคม และทำหน้าที่เหมือนเป็นบทสรุปของเส้นเรื่องที่เริ่มจาก WandaVision ต่อเนื่องมาถึง Agatha All Along โดยครั้งนี้โฟกัสไปที่ White Vision ของพอล เบ็ตตานี ซึ่งยังคงติดอยู่กับคำถามเรื่องตัวตน ความทรงจำ และความหมายของการเป็นมนุษย์ หลังจากทิ้งช่วงจาก WandaVision มานานกว่าห้าปี ซีรีส์จึงถูกมองว่าเป็นการกลับมาเก็บรายละเอียดเส้นเรื่องที่ Marvel ทิ้งไว้ค้างคาไว้อย่างยาวนาน
สองตอนแรกเล่าว่า Vision ใช้ชีวิตอย่างแปลกแยกจากโลกภายนอก เขาเหมือนมีตัวตนเพียงครึ่งเดียว ใช้เวลาตอนกลางวันทำงานในบาร์ ส่วนตอนกลางคืนกลับไปอยู่ในโลกสร้างสรรค์ภายในหัวของตัวเอง ซึ่งเต็มไปด้วยเหล่า AI ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีของ Tony Stark แนวคิดนี้ช่วยขยายโลกของตัวละครได้ แต่รีวิวชี้ว่าบรรยากาศและงานสร้างในช่วงนี้ยังให้ความรู้สึกคล้ายสิ่งที่ WandaVision และ Loki เคยทำได้ดีกว่า จึงอาจไม่สร้างความสดใหม่มากเท่าที่ควร
จุดที่น่าสนใจที่สุดของซีรีส์คือการเปลี่ยนภาพของ Vision จากฮีโร่ผู้อบอุ่นและมีความเข้าใจมนุษย์ ไปเป็นร่างโคลนที่เย็นชา ห่างเหิน และขาดความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งเป็นแกนกลางของการเล่าเรื่องในครั้งนี้ ผู้ชมต้องติดตามว่าตัวละครนี้จะค่อย ๆ พัฒนาความเข้าใจต่อมนุษย์และยอมรับความเป็นตัวเองได้อย่างไร อย่างไรก็ตามรีวิวมองว่านี่เป็นการปรับตัวครั้งใหญ่สำหรับแฟน ๆ เพราะเวอร์ชันใหม่นี้ห่างจากภาพจำเดิมของ Vision พอสมควร
แม้ตัวเอกจะยังเข้าถึงยากในช่วงต้น แต่ซีรีส์ได้แรงเสริมจากทีมนักแสดงสมทบที่แข็งแรง โดยเฉพาะการนำ AI ของ Stark กลับมาอยู่ในรูปแบบที่มีบุคลิกแบบมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็น F.R.I.D.A.Y., E.D.I.T.H. และ J.A.R.V.I.S. ที่กลับมาสร้างสีสันและทำหน้าที่เป็นคู่ปะทะทางอารมณ์ให้กับ Vision ได้ดี จุดที่เด่นที่สุดคือการกลับมาของ Ultron ที่รับบทโดย James Spader ซึ่งถูกมองว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ยกระดับสองตอนแรก เพราะทำให้เรื่องราวมีทั้งพลังของตัวละครและความขัดแย้งที่น่าสนใจมากขึ้น
อีกแกนหนึ่งของเรื่องคือ Tommy น้องชายของ Billy Maximoff ที่ได้รับความสำคัญมากขึ้นในซีรีส์นี้ เขาถูกวางให้เป็นตัวละครที่มีปมด้านตัวตนและความทรงจำคล้ายกับ Vision และกลายเป็นแรงผลักให้เรื่องเริ่มมีอารมณ์ความเป็นมนุษย์มากขึ้นในตอนที่สอง ขณะเดียวกันยังมีตัวร้ายอย่าง Paladin และผู้ควบคุมงานของเขาที่เพิ่มมิติของภัยคุกคาม แม้จะสื่อสารกันผ่านโทรศัพท์เป็นหลัก แต่ก็ช่วยสร้างโทนที่ทั้งขบขันและน่าตึงเครียดในเวลาเดียวกัน
โดยรวม รีวิวมองว่า VisionQuest เริ่มต้นได้แบบผสมกันระหว่างความน่าสนใจและความท้าทาย ซีรีส์มีแนวคิดที่แข็งแรง มีตัวละครสมทบที่น่าจับตา และ Ultron ที่โดดเด่นมากพอจะดึงความสนใจของผู้ชมไว้ได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังต้องใช้เวลาให้ผู้ชมปรับตัวกับ Vision เวอร์ชันใหม่นี้ หากซีรีส์เดินหน้าพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครและสำรวจประเด็นเรื่องจิตสำนึก ความทรงจำ และความเป็นมนุษย์ได้ลึกขึ้น ก็มีโอกาสจะกลายเป็นอีกหนึ่งโปรเจ็กต์สำคัญของ MCU ในยุคหลัง Endgame


