Solos AirGo V2 แว่นอัจฉริยะดีไซน์โมดูลาร์ ที่อัด AI และกล้องความละเอียดสูงมาเต็ม
Solos เปิดตัว AirGo V2 แว่นอัจฉริยะรุ่นเรือธงเจเนอเรชันที่ 4 ของตระกูล AirGo ในราคา 299 ดอลลาร์ โดยชูจุดขายหลักที่การออกแบบแบบโมดูลาร์ ผสานฟีเจอร์ AI และฮาร์ดแวร์สำหรับใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้ครบ…

Solos เปิดตัว AirGo V2 แว่นอัจฉริยะรุ่นเรือธงเจเนอเรชันที่ 4 ของตระกูล AirGo ในราคา 299 ดอลลาร์ โดยชูจุดขายหลักที่การออกแบบแบบโมดูลาร์ ผสานฟีเจอร์ AI และฮาร์ดแวร์สำหรับใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้ครบถ้วน ตัวแว่นมีน้ำหนักเพียง 40 กรัม ใส่สบาย และยังรองรับเลนส์ได้เต็มรูปแบบโดยไม่ผูกกับแพ็กเกจสมาชิก ทำให้ต่างจากอุปกรณ์สวมใส่หลายรุ่นที่มักจำกัดฟีเจอร์ตามการสมัครบริการ
หนึ่งในไฮไลต์ของรุ่นนี้คือกล้องขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ได้อย่างแนบเนียน แต่ยังให้สเปกน่าสนใจ ทั้งเซนเซอร์ 16MP สำหรับภาพนิ่ง และวิดีโอ 2K FHD ที่ 30 เฟรมต่อวินาที พร้อมระบบกันสั่นเพื่อให้ได้ภาพนิ่งและวิดีโอที่ลื่นไหล เหมาะทั้งกับการถ่ายคอนเทนต์และการบันทึกภาพระหว่างเดินทาง นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมด้านความเป็นส่วนตัวในราคา 79 ดอลลาร์ เช่น คลิปครอบด้านหน้าเพื่อลดการมองเห็นกล้อง และชิ้นส่วน Temple แบบ ClearView ที่ช่วยถอดฮาร์ดแวร์กล้องออกไปโดยตรง
ในด้าน AI AirGo V2 ถูกออกแบบให้ทำงานแบบ screen-free คือผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบ่อย ๆ แต่ยังสื่อสารกับระบบผ่านเสียงได้ SolosChat 4.0 รองรับการถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ ถามคำถาม และแปลภาษาแบบเรียลไทม์ได้มากกว่า 28 ภาษา โดยระบบประมวลผลหลายอย่างภายในตัวอุปกรณ์เองเพื่อลดความหน่วงและช่วยเรื่องความเป็นส่วนตัว ฟีเจอร์ multimodal AI ยังต่อยอดให้แว่นสามารถใช้กล้องช่วยระบุวัตถุ แปลข้อความ และทำงานเชิงบริบทอื่น ๆ ได้อีกด้วย
อีกจุดที่ผู้ผลิตเน้นมากคืออายุการใช้งานแบตเตอรี่ รุ่นนี้ใช้งานได้สูงสุดราว 12 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งถือว่ายาวนานกว่าสมาร์ตแว่นหลายรุ่นในตลาด รวมถึงกลุ่มแว่นจาก Meta ด้วย และหากต้องการใช้งานต่อเนื่องยาวนานกว่านั้น ยังมีอุปกรณ์เสริมเป็นแบตเตอรี่ขาแว่นสำรองที่ถอดเปลี่ยนได้ ทำให้รวมแล้วใช้งานได้นานถึงราว 5 วันก่อนต้องกลับมาชาร์จใหม่
โดยภาพรวม AirGo V2 สะท้อนทิศทางของตลาดสมาร์ตแว่นที่กำลังพัฒนาไปไกลกว่าการเป็นเพียงแกดเจ็ตถ่ายภาพ โดยเน้นการเป็นอุปกรณ์สวมใส่ที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึง AI ได้สะดวกขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องตอบโจทย์ความสบาย ความเป็นส่วนตัว และการใช้งานตลอดวัน แม้บทความจะเป็นเนื้อหาสนับสนุน แต่ก็ชี้ให้เห็นว่า Solos กำลังผลักดันสมาร์ตแว่นให้เป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานได้จริงมากขึ้น ไม่ใช่แค่ของโชว์เทคโนโลยี

