เปิดรายชื่อดาวรุ่งอายุต่ำกว่า 35 ปีที่กำลังเปลี่ยนอนาคตไบโอเทค
MIT Technology Review เผยรายชื่อ 35 Innovators Under 35 ประจำปีนี้ โดยมีผู้ได้รับคัดเลือก 9 คนที่ทำงานด้านไบโอเทค ซึ่งสะท้อนว่าขอบเขตของเทคโนโลยีชีวภาพกำลังขยายจากงานวิจัยพื้นฐานไปสู่การรักษาโรคร้าย…

MIT Technology Review เผยรายชื่อ 35 Innovators Under 35 ประจำปีนี้ โดยมีผู้ได้รับคัดเลือก 9 คนที่ทำงานด้านไบโอเทค ซึ่งสะท้อนว่าขอบเขตของเทคโนโลยีชีวภาพกำลังขยายจากงานวิจัยพื้นฐานไปสู่การรักษาโรคร้ายแรง การแพทย์เฉพาะบุคคล และเครื่องมือชีววิทยารุ่นใหม่ที่อาจเปลี่ยนระบบสาธารณสุขในอนาคต
หนึ่งในผลงานเด่นคืออุปกรณ์ราคาประหยัดสำหรับรับมือภาวะตกเลือดหลังคลอดของ Paschal Kija วัย 28 ปี จากแทนซาเนีย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตของมารดาในหลายประเทศอุบัติใหม่ อุปกรณ์ Mkanda Salama ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและมีต้นทุนเพียง 70 ดอลลาร์สหรัฐ โดยมีรายงานว่าสามารถหยุดเลือดได้ในผู้ป่วยจำนวนมากภายในเวลาไม่นาน นับเป็นตัวอย่างของนวัตกรรมสุขภาพที่เน้นความคุ้มค่าและเข้าถึงได้จริง
อีกด้านหนึ่ง Xiao Yang วัย 34 ปี กำลังพัฒนาอิเล็กโทรดสมองขนาดเล็กพิเศษที่ยืดหยุ่นและลดการกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง ซึ่งอาจช่วยให้การศึกษาสมองและการรักษาความผิดปกติทางระบบประสาทปลอดภัยขึ้น เธอยังนำแนวคิดจากศิลปะคิริกามิของญี่ปุ่นมาประยุกต์สร้างแผ่นอิเล็กโทรดโครงสร้างรังผึ้งสำหรับเพาะเลี้ยงและศึกษากลุ่มเซลล์สมองในห้องแล็บ แสดงให้เห็นการผสานระหว่างวิศวกรรม วัสดุศาสตร์ และชีววิทยา
รายชื่อปีนี้ยังสะท้อนพลังของการแพทย์เฉพาะบุคคลผ่านกรณีของ Sarah Grandinette วัย 26 ปี ผู้มีส่วนร่วมในทีมที่พัฒนาการรักษาแบบออกแบบเฉพาะสำหรับทารก Kyle “KJ” Muldoon Jr. ซึ่งเกิดมาพร้อมโรคพันธุกรรมหายากและอันตรายถึงชีวิต ทีมของเธอใช้เซลล์ที่มีการกลายพันธุ์เดียวกับผู้ป่วยเพื่อคัดกรองแนวทางแก้ไขทางยีน จากนั้นทดสอบในสัตว์ทดลองก่อนนำไปใช้จริงกับผู้ป่วยรายนี้ ซึ่งต่อมาอาการดีขึ้นและออกจากโรงพยาบาลได้
ในฝั่งงานชะลอวัย Yuancheng (Ryan) Lu วัย 34 ปี เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามใช้การ reprogramming เพื่อย้อนอายุของเซลล์ให้กลับสู่สภาพคล้ายตัวอ่อน งานวิจัยในปี 2020 ของเขาและทีมเคยแสดงผลว่าการบำบัดลักษณะนี้ช่วยฟื้นการมองเห็นในหนูแก่ที่ตาบอดได้ และขณะนี้เวอร์ชันที่ใกล้เคียงกันกำลังถูกทดสอบในคนที่มีโรคตา โดยบริษัท Life Biosciences ได้เริ่มฉีดยาให้ผู้เข้าร่วมการทดลองรายแรกแล้วในเดือนมิถุนายน
ด้านชีววิทยาสังเคราะห์ Samuel King วัย 27 ปี ใช้โมเดล generative AI ออกแบบพิมพ์เขียวพันธุกรรมใหม่สำหรับแบคเทอริโอเฟจหรือไวรัสที่โจมตีแบคทีเรีย จากนั้นจึงสร้างเป็นสาย DNA เพื่อทดสอบในแล็บ ผลลัพธ์ที่ได้แสดงว่าไวรัสที่ออกแบบด้วย AI สามารถเพิ่มจำนวนและแพร่ไปยังแบคทีเรียอื่นได้จริง แนวทางนี้อาจเปิดทางสู่การสร้างสิ่งมีชีวิตเชิงสังเคราะห์เพื่อผลิตยา บำบัดเชื้อดื้อยา หรือแม้แต่ช่วยกำจัดมลพิษในอนาคต
โดยรวม บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าคลื่นนวัตกรรมไบโอเทคยุคใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ห้องปฏิบัติการ แต่กำลังเคลื่อนสู่การใช้งานจริงในสนามแพทย์ การดูแลแม่และเด็ก โรคทางสมอง โรคพันธุกรรมหายาก การฟื้นฟูอวัยวะ และชีววิทยาสังเคราะห์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ที่คนรุ่นใหม่กำลังมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง


