ฮิเดโอะ โคจิมะบอกอยากตายในโรงหนัง ก่อนหนังเริ่มฉาย
ฮิเดโอะ โคจิมะ ผู้กำกับเกมระดับตำนานและผู้สร้างซีรีส์ Metal Gear Solid กับ Death Stranding กล่าวอย่างติดตลกว่าเขาอยากเสียชีวิตในโรงภาพยนตร์ “ก่อนหนังจะเริ่มฉาย” โดยให้เหตุผลว่าช่วงเวลาที่ชอบที่สุดคือ…

ฮิเดโอะ โคจิมะ ผู้กำกับเกมระดับตำนานและผู้สร้างซีรีส์ Metal Gear Solid กับ Death Stranding กล่าวอย่างติดตลกว่าเขาอยากเสียชีวิตในโรงภาพยนตร์ “ก่อนหนังจะเริ่มฉาย” โดยให้เหตุผลว่าช่วงเวลาที่ชอบที่สุดคือจังหวะที่ไฟดับและกำลังจะเข้าสู่การรับชมภาพยนตร์จริงๆ คำพูดนี้ถูกเขาเล่าบนเวทีเทศกาลหนังในกรุงโรม และต่อมาได้เผยคลิปเหตุการณ์ลงบนบัญชี X ของตัวเอง
ประโยคดังกล่าวสะท้อนความเป็นคนรักหนังตัวจริงของโคจิมะ ซึ่งมักบอกเสมอว่าภาพยนตร์มีอิทธิพลต่อวิธีคิดและงานสร้างสรรค์ของเขาอยู่มาก เขาเคยนิยามตัวเองว่า “70% ของร่างกายทำจากภาพยนตร์” และที่ผ่านมาก็พูดถึงความตายและความไม่แน่นอนของเวลาในชีวิตบ่อยครั้ง โดยเฉพาะหลังผ่านช่วงโควิด-19 ที่เขาเคยป่วยหนักและเข้ารับการผ่าตัดตา จนทำให้มองเรื่องอายุและเวลาที่เหลือในการสร้างสรรค์ผลงานจริงจังมากขึ้น
ในบทสัมภาษณ์ช่วงปีก่อน โคจิมะเคยบอกว่าเขาเริ่มทบทวนคำถามว่าเหลือเวลาอีกกี่ปีในการทำเกมหรือทำหนัง หลังจากได้เผชิญความเปราะบางของร่างกายและเห็นคนรอบตัวจากไปพร้อมกันหลายคน เขายังเคยบอกความกลัวที่ลึกที่สุดคือเวลา การแก่ตัว และภาวะสมองเสื่อม ซึ่งทำให้แนวคิดเรื่องความทรงจำและการลืมกลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่เขาสนใจทั้งในชีวิตและงานสร้างสรรค์
เทศกาลที่โคจิมะไปร่วมครั้งนี้คือ Il Cinema in Piazza ของมูลนิธิ Piccolo America ที่กรุงโรม ซึ่งเขาได้ขึ้นเวทีพูดคุยและแนะนำภาพยนตร์หลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือ Female Prisoner Scorpion: Jailhouse 41 ที่เขายกย่องทั้งในแง่การถ่ายภาพ มุมกล้อง และความพยายามของทีมงานรุ่นใหม่ที่ทำงานภายใต้งบจำกัด โดยชี้ว่าภาพยนตร์ลักษณะนี้เป็นแรงบันดาลใจสำคัญต่อการเป็นนักพัฒนาเกมของเขา
โคจิมะยังกล่าวถึง Profondo Rosso ของ Dario Argento ว่าชอบจังหวะที่ทั้งตัวละครและคนดูได้รู้ความจริงพร้อมกัน ซึ่งเป็นลูกเล่นที่เขาพยายามนำไปใช้ในเกมของตนเองด้วย ขณะเดียวกันเขาเล่าว่าเคยใส่องค์ประกอบสยองและภาพรุนแรงจากหนังของ Argento ลงในผลงานยุคเก่าอย่าง Policenauts และ Snatcher ก่อนที่ข้อจำกัดของการทำเกมบนแพลตฟอร์ม PlayStation จะทำให้ต้องปรับแนวทาง
อีกเรื่องที่เขาพูดถึงคืออิทธิพลของหนังคาวบอย โดยเฉพาะ The Good, the Bad and the Ugly ของ Sergio Leone ซึ่งทำให้เขาเห็นความต่างระหว่างคาวบอยอเมริกันที่ขาวดำชัดเจนกับคาวบอยอิตาลีที่มีความเป็นมนุษย์และศีลธรรมซับซ้อนกว่า โคจิมะมองว่าสไตล์แบบ Leone ใกล้เคียงกับความรู้สึกจากหนังของอากิระ คุโรซาวะ และสิ่งเหล่านี้ส่งต่อไปยังโทนเรื่องของเกมเขาอย่างชัดเจน
บทความยังทบทวนเส้นทางอิทธิพลจากหนังสู่เกมของโคจิมะ ตั้งแต่งานยุคแรกอย่าง Metal Gear และ Snatcher ไปจนถึง Metal Gear Solid ที่ยกระดับการเล่าเรื่องแบบภาพยนตร์ในเกมคอนโซลด้วยแสงแบบหนัง เสียงพากย์เต็มรูปแบบ และฉากคัตซีนยาวๆ ต่อเนื่องมาถึง Death Stranding ที่ใช้การแสดงแบบจับภาพจากนักแสดงชื่อดังอย่าง Norman Reedus และ Léa Seydoux มากขึ้น
นอกจากความหลงใหลในหนัง โคจิมะยังแสดงจุดยืนสนับสนุนสื่อกายภาพ ทั้งแผ่นเกมและสื่อบันทึกประเภท Blu-ray, CD และไวนิล โดยออกมาเตือนถึงความเสี่ยงของอนาคตที่พึ่งพาดิจิทัลอย่างเดียว หลังมีข่าวว่าการออกแผ่นเกมของ Sony กำลังจะสิ้นสุดลงในอนาคต เขาย้ำว่าตนยังสะสมสื่อเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง และมองว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่ควรรักษาไว้
ปัจจุบันโคจิมะกำลังพัฒนา OD เกมสยองขวัญเชิงทดลองที่ร่วมงานกับ Xbox Game Studios และผู้กำกับ Get Out อย่าง Jordan Peele โดยยังไม่ประกาศช่วงวางจำหน่าย ข่าวล่าสุดจึงตอกย้ำภาพของโคจิมะในฐานะคนทำเกมที่มองงานของตัวเองผ่านเลนส์ของภาพยนตร์อย่างลึกซึ้ง และยังคงใช้เทศกาลหนังเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจกับศิลปะแขนงอื่นอยู่เสมอ


