ไมโครซอฟท์เสนอแพ็กเกจลาออกสมัครใจครอบคลุมพนักงานราว 6 หมื่นคน
ไมโครซอฟท์ประกาศเสนอแพ็กเกจลาออกโดยสมัครใจให้กับพนักงานในบางส่วนขององค์กร โดยรายงานจาก CNBC ระบุว่าครอบคลุมราว 60,000 คน หรือประมาณหนึ่งในสี่ของพนักงานทั่วโลกของบริษัท มาตรการนี้ถูกอธิบายว่าเป็นโอกาส…

ไมโครซอฟท์ประกาศเสนอแพ็กเกจลาออกโดยสมัครใจให้กับพนักงานในบางส่วนขององค์กร โดยรายงานจาก CNBC ระบุว่าครอบคลุมราว 60,000 คน หรือประมาณหนึ่งในสี่ของพนักงานทั่วโลกของบริษัท มาตรการนี้ถูกอธิบายว่าเป็นโอกาสสำหรับผู้ที่อาจกำลังพิจารณาเปลี่ยนเส้นทางอาชีพอยู่แล้ว มากกว่าจะเป็นการบังคับลดคนแบบตรงไปตรงมา
แม้บริษัทไม่ได้ระบุเหตุผลแบบชัดเจนว่าเพราะอะไรจึงออกมาตรการนี้ แต่จังหวะเวลาของการประกาศสะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนที่ไมโครซอฟท์ต้องบริหารต่อเนื่องในช่วงหลายปีหลัง ขณะที่บริษัททุ่มเงินจำนวนมากกับโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และการขยายศูนย์ข้อมูลเพื่อรองรับความต้องการในอนาคต การปรับกำลังคนจึงถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมค่าใช้จ่ายควบคู่ไปกับการลงทุนขนาดใหญ่
แพ็กเกจลาออกครั้งนี้จะเปิดให้กับพนักงานที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ในสหรัฐฯ อินเดีย แคนาดา และสหราชอาณาจักร โดยจำกัดอยู่ที่พนักงานระดับ 70 หรือต่ำกว่า ซึ่งเป็นระดับภายในของบริษัท แม้ไม่ได้เปิดเผยโครงสร้างระดับอย่างละเอียด แต่ข้อมูลอ้างอิงจากฐานข้อมูลเงินเดือนและตำแหน่งอย่าง Levels.fyi ชี้ว่าระดับ 65–67 ใกล้เคียงตำแหน่ง principal และระดับ 68–70 อยู่ในกลุ่ม partner/distinguished
Chief People Officer Amy Coleman ระบุว่าหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการถูกคัดเลือกตามลำดับความสำคัญทางธุรกิจ ภาระผูกพันต่อคู่ค้าและลูกค้า รวมถึงความต้องการของกำลังคน แปลว่าการตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบครอบจักรวาลทั้งบริษัท แต่เป็นการปรับเฉพาะจุดในทีมที่ไมโครซอฟท์เห็นว่าสามารถจัดโครงสร้างใหม่ได้
นี่เป็นครั้งที่สองในปี 2026 ที่ไมโครซอฟท์ใช้แนวทางลดกำลังคนแบบสมัครใจ ก่อนหน้านี้ในเดือนเมษายน บริษัทเคยเสนอแพ็กเกจเกษียณก่อนกำหนดให้พนักงานในสหรัฐฯ 8,750 คน และในเดือนกรกฎาคม ฝั่ง Xbox ก็ปลดพนักงาน 3,200 คน หรือราว 20% ของธุรกิจเกมทั้งหมด สะท้อนว่าบริษัทกำลังใช้หลายเครื่องมือในการปรับองค์กรไปพร้อมกัน
Coleman ยังกล่าวด้วยว่าในรอบเดือนเมษายน มีพนักงานราว 30% ของกลุ่มที่มีสิทธิ์เลือกเข้าร่วม จึงช่วยลดผลกระทบจากการปลดคนลงบางส่วน ขณะเดียวกันเธอชี้ว่ารอบล่าสุดนี้มีฐานผู้มีสิทธิ์กว้างกว่ามาก ทำให้ผลลัพธ์สุดท้ายอาจส่งผลต่อโครงสร้างองค์กรของไมโครซอฟท์ในวงกว้างกว่ารอบก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ


