พบช่องโหว่ Secure Boot ของ Microsoft ถูกเลี่ยงได้มานานเกือบตลอดอายุการใช้งาน
งานวิจัยความปลอดภัยจาก ESET เปิดเผยว่ากลไก Secure Boot ที่ไมโครซอฟท์ออกแบบขึ้นเพื่อป้องกันการติดมัลแวร์ระดับเฟิร์มแวร์บนอุปกรณ์ Windows และต่อมาถูกใช้กับ Linux ด้วยนั้น แท้จริงแล้วสามารถถูกเลี่ยงได้…

งานวิจัยความปลอดภัยจาก ESET เปิดเผยว่ากลไก Secure Boot ที่ไมโครซอฟท์ออกแบบขึ้นเพื่อป้องกันการติดมัลแวร์ระดับเฟิร์มแวร์บนอุปกรณ์ Windows และต่อมาถูกใช้กับ Linux ด้วยนั้น แท้จริงแล้วสามารถถูกเลี่ยงได้อย่างง่ายดายมานานเกือบตลอดช่วงเวลาที่มีใช้งาน โดยทีมวิจัยพบไฟล์เฟิร์มแวร์ประเภท shim ที่ถูกเซ็นรับรองไว้ถึง 11 รายการ และอย่างน้อยหนึ่งรายการมีมาตั้งแต่ปี 2013 ซึ่งเป็นไฟล์ที่มีข้อบกพร่องอยู่แล้ว แต่ยังคงถูกปล่อยให้มีสถานะใช้งานได้เพราะไม่ถูกเพิกถอนใบรับรองอย่างเหมาะสม
Shim เป็นส่วนประกอบที่ช่วยขยาย Secure Boot ไปยังระบบ Linux และซอฟต์แวร์ยูทิลิตีต่าง ๆ แต่เมื่อไฟล์เก่าที่มีปัญหายังถูกยอมรับโดยระบบตรวจสอบลายเซ็นดิจิทัล ผู้โจมตีจึงสามารถใช้ประโยชน์จากมันเพื่อข้ามกระบวนการป้องกันทั้งหมดได้ วิธีโจมตีดังกล่าวไม่ซับซ้อนนักจนถึงขั้นที่นักเจาะระบบมือใหม่ก็อาจทำได้ ทำให้ข้อบกพร่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาทางทฤษฎี แต่เป็นช่องทางจริงในการเจาะชั้นป้องกันที่อยู่ใน UEFI ของเมนบอร์ด
ประเด็นสำคัญคือไมโครซอฟท์มีบทบาทในการกำกับการลงลายเซ็นของ shim แต่กลับไม่เพิกถอนภาพเฟิร์มแวร์สาธารณะที่พบช่องโหว่ไปแล้ว ส่งผลให้ของเก่าที่ยังอยู่ในระบบนิเวศกลายเป็นจุดอ่อนต่อเนื่องยาวนานหลายปี แม้ผู้ใช้งานจะเข้าใจว่า Secure Boot ควรเป็นด่านป้องกันตั้งแต่เริ่มเปิดเครื่อง แต่ในทางปฏิบัติ กลไกดังกล่าวกลับถูกบั่นทอนด้วยการจัดการใบรับรองและการเพิกถอนที่ไม่รัดกุม
ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้ใช้ระบบใดระบบหนึ่ง เพราะ shim สามารถติดตั้งได้ทั้งบนเครื่อง Windows และ Linux เมื่อผู้โจมตีเข้าถึงจุดนี้ได้ ก็สามารถแทรกเฟิร์มแวร์อันตรายลงไปในห่วงโซ่การบูตที่มีลายเซ็นดิจิทัลรองรับ ทำให้มัลแวร์เริ่มทำงานตั้งแต่ก่อนระบบปฏิบัติการจะโหลดขึ้นมา และสามารถอยู่รอดได้แม้ผู้ใช้จะติดตั้ง OS ใหม่หรือเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์แล้วก็ตาม
กรณีนี้สะท้อนความเสี่ยงของการพึ่งพาโครงสร้างความเชื่อถือระดับเฟิร์มแวร์ที่ต้องอาศัยการอัปเดตและการเพิกถอนที่แม่นยำตลอดเวลา หากผู้ดูแลระบบและผู้ผลิตไม่จัดการรายการที่มีปัญหาอย่างจริงจัง ช่องโหว่เดิมอาจถูกนำกลับมาใช้ซ้ำได้เป็นเวลานานมาก แม้เทคโนโลยีป้องกันจะถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับความปลอดภัยก็ตาม


