ม็อด GTA สร้างพอร์ทัลข้าม 3 ภาคแรก ให้สลับโลกได้ทันที
มีม็อดเดอร์รายหนึ่งพัฒนาม็อด Grand Theft Auto ที่ทำให้ผู้เล่นเดินทางข้ามฉากของ GTA 3, Vice City และ San Andreas ได้แบบทันทีผ่าน “พอร์ทัล” ซึ่งเป็นแนวคิดที่แฟนซีรีส์เห็นว่าแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนับ…

มีม็อดเดอร์รายหนึ่งพัฒนาม็อด Grand Theft Auto ที่ทำให้ผู้เล่นเดินทางข้ามฉากของ GTA 3, Vice City และ San Andreas ได้แบบทันทีผ่าน “พอร์ทัล” ซึ่งเป็นแนวคิดที่แฟนซีรีส์เห็นว่าแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนับตั้งแต่ยุคแรกของเกมซีรีส์นี้ ม็อดดังกล่าวยังอยู่ระหว่างพัฒนาและยังไม่มีชื่ออย่างเป็นทางการ แต่คลิปที่เผยแพร่ออกมาทำให้เห็นการใช้งานจริงในระดับที่น่าทึ่งมาก
ในวิดีโอ ผู้เล่นเริ่มต้นที่ย่าน Grove Street ของ San Andreas และสามารถเดินผ่านพอร์ทัลสีต่าง ๆ เพื่อเปลี่ยนไปยังอีกสองเกมได้ทันที โดยระบบจะสลับไปยังตัวละครหลักและโลกของเกมที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง การเปลี่ยนผ่านไม่ได้เป็นเพียงภาพตัดต่อหรือวิดีโอทับซ้อน แต่เป็นการรันเกมทั้งสามภาคในสภาพแวดล้อมเดียวกันจริง ๆ
ผู้พัฒนา DryxioGTA อธิบายว่าเกมทั้งสามทำงานอยู่ภายใต้โปรเซสเดียวกัน ใช้ Direct3D device ร่วมกัน และพอร์ทัลแต่ละอันเป็น texture บน GPU ที่แสดงโลกอีกฝั่งซึ่งยังทำงานอยู่เบื้องหลังแบบเรียลไทม์ นั่นหมายความว่าแต่ละเกมยังคงระบบบันทึกเกม ภารกิจ การตั้งค่า รวมถึงสถานะของโลก เช่น รถที่วิ่งไปมาและฟิสิกส์ต่าง ๆ แยกจากกันตามปกติ
สิ่งที่ทำให้ม็อดนี้โดดเด่นยิ่งขึ้นคือการโต้ตอบข้ามโลกได้จริง ผู้เล่นสามารถยิงทะลุพอร์ทัลไปยังอีกฝั่งได้ และการกระทำนั้นส่งผลต่อโลกปลายทาง เช่น ทำให้ตัวละครที่ไม่ใช่ผู้เล่นเกิดปฏิกิริยาตอบโต้หรือสร้างระดับความต้องการตัว (wanted level) ในโลกปัจจุบันด้วย ซึ่งสะท้อนว่าไม่ได้เป็นแค่เอฟเฟกต์ภาพ แต่เป็นการเชื่อมระบบเกมเข้าด้วยกันในระดับลึก
กระแสตอบรับจากผู้ชมและแฟนเกมในคอมเมนต์เป็นไปในเชิงทึ่งกับความสามารถทางเทคนิค หลายคนมองว่าม็อดนี้เป็นตัวอย่างของความคิดสร้างสรรค์และความชำนาญด้านการดัดแปลงเกมระดับสูง โดยมีมุกเปรียบเปรยว่าโลกข้ามภาคของ GTA เกิดขึ้นแล้วก่อนที่ GTA 6 จะวางขาย
บทความยังโยงไปถึงกระแสความคาดหวังต่อ GTA 6 ซึ่งมีกำหนดออกในเดือนพฤศจิกายน ทำให้ช่วงก่อนวางจำหน่ายเกมภาคใหม่กลายเป็นช่วงเวลาที่วงการเกมต้องหลบหลีกอิทธิพลของ Rockstar อย่างชัดเจน ทั้งยังสะท้อนว่าแม้แฟรนไชส์หลักยังรอภาคใหม่อยู่ แฟน ๆ และนักม็อดก็ยังคงผลักขอบเขตของซีรีส์นี้ได้ต่อเนื่องด้วยผลงานเชิงทดลองที่ซับซ้อนและน่าประทับใจ


