รีวิว Monster: The Lizzie Borden Story ชี้ซีซันนี้พยายามยัดประเด็นหญิงแกร่งแต่ขาดความคม
Monster: The Lizzie Borden Story ซีซันใหม่บน Netflix เล่าเหตุฆาตกรรมอันโด่งดังในปี 1892 ที่เมืองฟอลล์ริเวอร์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ซึ่งลิซซี่ บอร์เดนถูกกล่าวหาว่าสังหารแอนดรูว์ บอร์เดน บิดาของเธอ และแอบบี…

Monster: The Lizzie Borden Story ซีซันใหม่บน Netflix เล่าเหตุฆาตกรรมอันโด่งดังในปี 1892 ที่เมืองฟอลล์ริเวอร์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ซึ่งลิซซี่ บอร์เดนถูกกล่าวหาว่าสังหารแอนดรูว์ บอร์เดน บิดาของเธอ และแอบบี แม่เลี้ยง ก่อนจะถูกศาลตัดสินยกฟ้องด้วยคณะลูกขุนผู้ชายทั้งหมด จากมุมมองของบทวิจารณ์ ซีซันนี้ไม่สนใจความคลุมเครือทางประวัติศาสตร์ของคดีมากนัก แต่เลือกเดินหน้าเล่าแบบฟันธงว่าลิซซี่มีความผิด และใช้เรื่องนี้เป็นฐานสำหรับการตีความเรื่อง “ความโกรธของผู้หญิง” ในแบบที่ผู้เขียนมองว่าถูกย้ำซ้ำจนทื่อและตรงไปตรงมาเกินไป
บทความชี้ว่า Ian Brennan ผู้เขียนบททั้ง 8 ตอน สร้างองค์ประกอบสมมติจำนวนมากขึ้นมาทับเรื่องจริง จนกลายเป็นงานที่พยายามใส่สารเชิงสังคมแบบหนักมือ แต่กลับดูเหมือนการประกาศจุดยืนมากกว่าการสำรวจอย่างลึกซึ้ง การดึงตัวละครหญิงชื่อดังจากประวัติศาสตร์อาชญากรรมอย่างบาโถรีย์และไอลีน วูออร์โนสมาเชื่อมกับลิซซี่ถูกมองว่าเป็นการยัดประเด็นให้ชัดเกินไป ทั้งที่สารหลักเรื่องความไม่เป็นธรรมที่ผู้หญิงเผชิญนั้นไม่ได้ใหม่หรือซับซ้อนอย่างที่ซีรีส์พยายามทำให้เป็น
ในด้านโทนเรื่อง ซีรีส์เริ่มต้นด้วยบรรยากาศแบบค่ายจัดจ้านและละครเวที ซึ่งตอนต้นที่กำกับโดย Max Winkler มีความโอเวอร์จนเด่นชัด แต่ความสม่ำเสมอของโทนกลับสะดุดเมื่อเข้าสู่ตอนที่กำกับโดย Sarah Adina Smith ซึ่งผู้วิจารณ์มองว่าทำได้ดีกว่าและมีน้ำหนักกว่า ช่องว่างด้านสไตล์นี้ทำให้ผู้ชมสายดูรวดเดียวอาจรู้สึกว่าซีซันออกอาการหลวม และไม่รู้ว่าจะเป็นงานประชดประชัน งานสยองขวัญเชิงจิตวิทยา หรือดราม่าประวัติศาสตร์กันแน่
การแสดงของ Rebecca Hall ในบทแอบบี และ Charlie Hunnam ในบทแอนดรูว์ ถูกวิเคราะห์ว่าเริ่มต้นจากการทำให้ผู้ชมไม่อินกับเหยื่อมากนัก เพราะซีรีส์ตั้งใจให้ทั้งคู่ดูน่ารังเกียจหรือไม่พึงใจ ก่อนจะค่อย ๆ เปิดพื้นที่ให้เห็นด้านมนุษย์ของพวกเขาในตอนหลัง ซึ่งผู้วิจารณ์เห็นว่าช้าเกินไปจนผลลัพธ์เรื่องศีลธรรมและความรู้สึกของผู้ชมไม่ลงตัว ด้านหนึ่ง Hall ถูกชื่นชมว่าถ่ายทอดความเฉียบคมและความเหี้ยมของตัวละครได้เต็มที่ ขณะที่ Hunnam ทำให้แอนดรูว์ดูเป็นชายเจ้ากี้เจ้าการ หยาบคาย และน่าหวาดระแวงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนไปสุดทางแบบเกือบกลายเป็นตัวละครสยองขวัญ
อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนสำคัญของซีรีส์ตามบทวิจารณ์คือการนำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างลิซซี่กับแม็กกี้ ซัลลิแวน ที่กลายเป็นแกนสำคัญของการแปลงลิซซี่จากหญิงขี้อายเป็นคนมั่นใจ แต่ในทางประวัติศาสตร์ไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าทั้งคู่เป็นคนรักกัน อีกทั้งซีรีส์ยังถูกมองว่าปรับเปลี่ยนภูมิหลังของแม็กกี้มากเกินไปจนสูญเสียมิติเดิม ขณะเดียวกันรายละเอียดหลายอย่างก็ดูไม่สมจริงในเชิงยุคสมัย ทำให้การพยายามผสมความร่วมสมัยเข้ากับยุควิกตอเรียไม่ค่อยได้ผล
บทวิจารณ์สรุปว่า ซีซันนี้น่าสนใจกว่าในช่วงที่หันไปจับเรื่องของไอลีน วูออร์โนส โดยเฉพาะการแสดงของ Sarah Paulson ซึ่งทำให้ตอนที่เกี่ยวกับเธอมีพลังและจับตาได้มากกว่า จนถึงขั้นทำให้ผู้วิจารณ์รู้สึกว่าซีซันน่าจะเวิร์กกว่าหากโฟกัสที่วูออร์โนสเป็นหลัก หรืออย่างน้อยก็ควรเป็นซีซันที่สั้นลงและมีสมาธิกับประเด็นเดียวมากกว่านี้ โดยรวมแล้ว รีวิวมองว่า Monster: The Lizzie Borden Story มีแนวคิดที่ทะเยอทะยาน แต่ติดตรงการเล่าเรื่องที่กระจัดกระจาย โทนไม่นิ่ง และสารที่พูดออกมาตรงเกินไปจนความคมลดลง


