รีวิว Mutiny: หนังแอ็กชันเจสัน สเตแธมที่ยืดเยื้อและไร้พลัง
Mutiny เป็นภาพยนตร์แอ็กชันนาวีที่นำแสดงโดย เจสัน สเตแธม ซึ่งเกิดขึ้นบนเส้นทางเดินเรือในกรุงเทพฯ และมหาสมุทรอินเดีย แต่บทวิจารณ์มองว่าหนังกลับน่าเบื่อเกินกว่าจะรองรับความยาวเพียง 95 นาที แม้จะมีฉากบู๊…

Mutiny เป็นภาพยนตร์แอ็กชันนาวีที่นำแสดงโดย เจสัน สเตแธม ซึ่งเกิดขึ้นบนเส้นทางเดินเรือในกรุงเทพฯ และมหาสมุทรอินเดีย แต่บทวิจารณ์มองว่าหนังกลับน่าเบื่อเกินกว่าจะรองรับความยาวเพียง 95 นาที แม้จะมีฉากบู๊ไม่กี่ช่วงที่พอใช้ได้ แต่โดยรวมแล้วตัวหนังถูกมองว่าขาดจังหวะ ขาดพลัง และเหมือนงานตัดต่อที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์
เรื่องราวเริ่มจาก คอล รีด อดีตนาวิกโยธินและบอดี้การ์ดที่ทำงานคุ้มกันมหาเศรษฐีเจ้าของกิจการเดินเรือในกรุงเทพฯ ทิบู คัมปัลโล และลูกชายของเขา ระหว่างงานเลี้ยงอำลา ทิบูมอบนาฬิกาโรเล็กซ์ให้รีดในฐานะคนในครอบครัว ก่อนที่ทั้งคู่จะถูกซุ่มโจมตีและทิบูถูกสังหาร จากนั้นรีดจึงเริ่มตามสืบและไล่ล่ามือปืนไปยังเรือบรรทุกสินค้า แต่หนังกลับใช้เวลานานเกินไปกับบทสนทนาและการปูเรื่อง ก่อนจะเข้าสู่เหตุการณ์หลักอย่างจริงจัง
ระหว่างการสืบสวน รีดพบตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรทุกผู้ลี้ภัยจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งอยู่ในสภาพอดอยากและถูกเอาเปรียบ จนคดีบานปลายไปสู่เครือข่ายลักลอบค้ามนุษย์ที่พัวพันกับลูกเรือจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม บทวิจารณ์ระบุว่าประเด็นนี้ถูกปล่อยทิ้งไปเรื่อย ๆ และตัวละครสำคัญหลายคนไม่ถูกพัฒนาอย่างจริงจัง เหลือเพียงรีดกับแองจี เอลลิส อดีตนายทหารเรือสหรัฐฯ ที่ต้องร่วมมือกันฝ่าฉากต่อสู้เล็ก ๆ น้อย ๆ บนเรืออย่างไร้ทิศทาง
งานกำกับของ ฌอง-ฟร็องซัว ริเชต์ ถูกมองว่าน่าผิดหวังเมื่อเทียบกับผลงานก่อนหน้าอย่าง Plane เพราะ Mutiny มีปัญหาทั้งด้านจังหวะภาพและการเล่าเรื่อง แต่ละซีนถูกยืดออกเกินจำเป็น ราวกับต้องเติมเวลาให้ครบตามความยาวที่กำหนด บทวิจารณ์ยังตั้งข้อสังเกตว่าหนังขาดฟุตเทจที่ใช้งานได้เพียงพอ เพราะหลายฉากมีการเดิน การขึ้นบันได หรือการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ ที่ดูไม่จำเป็นและทำให้คนดูต้องรอให้เหตุการณ์เกิดขึ้นจริงอยู่นาน
แม้สเตแธมจะเป็นนักแสดงแอ็กชันที่ไว้ใจได้ แต่ครั้งนี้ถูกมองว่าเล่นแบบไร้ชีวิตชีวา ขาดมุก ขาดท่าทีเท่ ๆ หรือพลังแบบที่แฟน ๆ คาดหวัง ขณะเดียวกัน หนังยังถูกวิจารณ์ว่ามีท่าทีเชิดชูกำลังทหารและมหาเศรษฐีที่ดูใจดี โดยไม่แตะมิติทางการเมืองหรือความรับผิดชอบของผู้มีอำนาจ ทั้งที่เนื้อเรื่องโยงไปถึงการค้ามนุษย์และโครงสร้างอำนาจระดับนานาชาติ
ภาพรวมแล้ว Mutiny ถูกสรุปว่าเป็นหนังที่มีวัตถุดิบซึ่งควรตื่นเต้นกว่านี้มาก ทั้งเรือ สงครามปืน มีด และฉากไล่ล่าในพื้นที่ปิด แต่กลับนำเสนอออกมาแบบภาพสับสน จัดวางพื้นที่ไม่ชัด และไม่มีแรงกระแทกทางอารมณ์หรือทางกายภาพพอจะทำให้โดดเด่น บทวิจารณ์จึงมองว่าหนังเรื่องนี้เป็นความน่าเบื่อมากกว่าความมันตามแบบที่ผู้ชมแนวแอ็กชันน่าจะคาดหวัง


