Hell Clock อัปเดตใหม่ได้แรงบันดาลใจจากซีซัน Diablo แต่เล่นได้ถาวร
Hell Clock เกมแอ็กชัน RPG แบบโร้กไลก์จากอินดี้ กำลังดึงดูดให้ผู้เล่นกลับมาอีกครั้งด้วยอัปเดตชุดใหม่ที่หยิบแนวคิดจากระบบซีซันของ Diablo และ Path of Exile มาปรับใช้ในรูปแบบที่ไม่จำกัดเวลา จุดเด่นคือคอน…

Hell Clock เกมแอ็กชัน RPG แบบโร้กไลก์จากอินดี้ กำลังดึงดูดให้ผู้เล่นกลับมาอีกครั้งด้วยอัปเดตชุดใหม่ที่หยิบแนวคิดจากระบบซีซันของ Diablo และ Path of Exile มาปรับใช้ในรูปแบบที่ไม่จำกัดเวลา จุดเด่นคือคอนเทนต์พิเศษที่ผู้เล่นสามารถเปิดหรือปิดได้เองก่อนเริ่มรอบเล่นใหม่ โดยไม่ต้องกังวลว่าคอนเทนต์จะหายไปหลังผ่านช่วงเวลาที่กำหนดเหมือนซีซันทั่วไป
อัปเดตล่าสุดใช้ชื่อ Journey of Miracles และเปิดให้เจ้าของเกมทุกคนเข้าถึงได้ฟรี โดยจะเพิ่มระบบบัฟพิเศษที่ได้จากการพบรูปปั้นในระหว่างการเล่น แต่แลกมากับการต่อสู้ที่ยากและดุเดือดยิ่งขึ้น ผู้เล่นที่เอาชนะสถานการณ์เหล่านี้ได้จะได้รับ Divine Blessings หรือพลังเสริมที่ทรงอานุภาพมาก บางอย่างถึงขั้นเปลี่ยนรูปแบบการเล่นอย่างชัดเจน เช่น บัฟที่ทำให้การดื่มโพชั่นมอบผลลัพธ์คล้ายศาลเจ้าในเกม ไม่ว่าจะเป็นความเร็วเคลื่อนที่หรือค่าประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้น
ตัวเกม Hell Clock มีระบบการเติบโตของตัวละครที่แตกต่างจากแอ็กชัน RPG ทั่วไป เพราะพลังสำคัญไม่ได้มาจากอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่ขับเคลื่อนหลักด้วย Relics ที่ให้ค่าสถานะและเอฟเฟกต์เฉพาะทาง ซึ่งมักเปลี่ยนวิธีใช้สกิลหรือแนวทางสร้างบิลด์ของตัวละครได้มาก อัปเดตใหม่นี้จึงเพิ่ม Relics ชุดใหม่เข้ามาอีกหลายชิ้น และบางชิ้นดูเหมือนถูกออกแบบมาเพื่อเปิดทางให้เกิดบิลด์แบบใหม่ที่ไม่เคยทำได้มาก่อน
หนึ่งในตัวอย่างที่ถูกยกถึงคือ Relic ที่ทำให้ผู้เล่นสามารถถล่มจอด้วยสายฟ้าได้ ขณะที่อีกชิ้นเพิ่มพลังโจมตีของสายฟ้า แต่บังคับให้ยิงเป็นเส้นตรง ซึ่งสะท้อนว่าการอัปเดตนี้ไม่ได้เพิ่มแค่ตัวเลขความแรง แต่เน้นการเปลี่ยนวิธีเล่นและการทดลองสร้างบิลด์ใหม่ ๆ ด้วย
นอกจากระบบหลักแล้ว ยังมีพื้นที่ใหม่อย่างสุสานใต้ดิน พร้อมมินิบอสตัวใหม่ รวมถึงรายการปรับสมดุลและแก้ไขบั๊กจำนวนมาก อัปเดต Journey of Miracles ยังมาพร้อมโครงสร้างที่ยืดหยุ่น เพราะเป็นคอนเทนต์เสริมที่เล่นคู่กับ Journey of Nightmares เดิมได้ และผู้เล่นสามารถเปิดใช้ทั้งสองพร้อมกันได้หากต้องการเพิ่มความโกลาหลให้กับแต่ละรัน
โดยรวมแล้ว ความน่าสนใจของอัปเดตนี้อยู่ที่การนำความรู้สึกแบบซีซันมาใช้โดยไม่สร้างแรงกดดันเรื่องเวลาจำกัด ทำให้ผู้เล่นกลับมาได้ตามจังหวะของตัวเอง เกมจึงยังเหมาะกับการหยิบมาเล่นเป็นช่วง ๆ เหมือนเดิม แต่เพิ่มแรงจูงใจให้ลองเส้นทางใหม่และบิลด์ใหม่อยู่เสมอ ซึ่งอาจช่วยยืดอายุการเล่นของ Hell Clock ได้อีกมาก


