Don’t Nod เปิดกระบวนการคุ้มครองเพื่อประคองธุรกิจท่ามกลางวิกฤตการเงิน
Don’t Nod สตูดิโอฝรั่งเศสที่เป็นที่รู้จักจากซีรีส์ Life is Strange, Jusant, Banishers: Ghosts of New Eden, Lost Records: Bloom & Rage และ Aphelion กำลังเผชิญสถานการณ์ทางการเงินที่ย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ หลัง…

Don’t Nod สตูดิโอฝรั่งเศสที่เป็นที่รู้จักจากซีรีส์ Life is Strange, Jusant, Banishers: Ghosts of New Eden, Lost Records: Bloom & Rage และ Aphelion กำลังเผชิญสถานการณ์ทางการเงินที่ย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ หลังจากก่อนหน้านี้เคยระบุว่ากระแสเงินสดอาจไม่พอประคองบริษัทไปได้ถึงต้นปี 2027 และมีพนักงานจำนวนมากเสี่ยงถูกเลิกจ้าง ล่าสุดบริษัทได้เริ่มกระบวนการ “safeguard proceedings” เพื่อซื้อเวลาในการจัดการโครงสร้างทางการเงินและหาทางออกที่ยั่งยืนต่อไป
ปัญหาของสตูดิโอเริ่มชัดเจนตั้งแต่ปี 2024 เมื่อ Jusant และ Banishers: Ghosts of New Eden แม้จะได้รับคำชมจากทั้งผู้เล่นและนักวิจารณ์ แต่ยอดขายกลับต่ำกว่าที่คาดไว้มาก ผลกระทบจากความล้มเหลวเชิงพาณิชย์ดังกล่าวทำให้แผนงานของบริษัทสะดุด มีการพักงานพัฒนาเกมใหม่ 2 โปรเจกต์ และตามมาด้วยการปลดพนักงานในปี 2025 แม้บริษัทจะอ้างว่ามีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในแผนปรับโครงสร้าง แต่สถานะการเงินก็ยังเปราะบาง
Oskar Guilbert ซีอีโอและประธานของ Don’t Nod ระบุว่าตลาดเกมยังคงยากลำบากอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมการระดมทุนที่เข้าถึงได้ยากมาก เขาบอกว่ากระแสเงินสดที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่พอรองรับความต้องการด้านเงินทุนของการดำเนินงานและโปรเจกต์ทั้งหมด จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการคุ้มครองทางกฎหมายเพื่อช่วยให้บริษัทมีกรอบเวลาในการหาทางแก้ไข โดยยังเดินหน้าทำงานต่อและรักษามูลค่าของสินทรัพย์ ทีมงาน และงานพัฒนาไว้ให้ได้มากที่สุด
กระบวนการ safeguard ในฝรั่งเศสมีลักษณะคล้ายการคุ้มครองภายใต้ Chapter 11 ของสหรัฐฯ โดยเป็นขั้นตอนเชิงป้องกันสำหรับบริษัทที่ยังไม่ผิดนัดชำระหนี้ แต่เริ่มมีปัญหาทางการเงินที่จัดการเองไม่ไหว ระหว่างกระบวนการนี้จะมีช่วงเวลาสังเกตการณ์ 6–18 เดือนที่เจ้าหนี้ไม่สามารถบังคับคดีได้ และจะมีการเจรจาแผนปรับโครงสร้างหนี้ร่วมกับเจ้าหนี้ ก่อนนำไปสู่การอนุมัติของศาลในภายหลัง
อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่กระบวนการดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าวิกฤตจบลงแล้ว เพราะสตูดิโอยังมีแนวโน้มต้องลดขนาดองค์กรต่อไป แผนปรับโครงสร้างเดิมระบุว่าจะโฟกัสการดำเนินงานในฝรั่งเศสให้เหลือสายการผลิตหลักเพียงสายเดียว และอาจกระทบตำแหน่งงานมากถึง 85 คน นอกจากนี้ บริษัทเพิ่งยอมรับว่า Aphelion เกมใหม่ล่าสุดมียอดขายต่ำกว่าความคาดหวังของกลุ่มบริษัท ซึ่งยิ่งกดดันผลประกอบการครึ่งปีให้แย่ลงไปอีก
กรณีของ Don’t Nod สะท้อนแรงกดดันที่สตูดิโอขนาดกลางและใหญ่หลายแห่งกำลังเผชิญในอุตสาหกรรมเกมยุคปัจจุบัน แม้จะมีผลงานที่ได้รับเสียงตอบรับดี แต่หากยอดขายไม่ถึงเป้าและแหล่งเงินทุนหดตัว บริษัทก็อาจต้องเข้าสู่กระบวนการป้องกันความเสี่ยงเพื่อเอาตัวรอดระยะสั้น ขณะเดียวกันก็ยังต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าการปรับโครงสร้างครั้งนี้จะพอพยุงธุรกิจและรักษาอนาคตของโปรเจกต์สำคัญไว้ได้หรือไม่


