โยโกะ ทาโรเผยทำตามฝันในวงการเกมสำเร็จแล้ว แต่ยังทำงานต่อเพื่อไม่ปล่อยสมองว่าง
โยโกะ ทาโร ผู้สร้างซีรีส์ NieR และ Drakengard ให้สัมภาษณ์ในงานเสวนาที่ปารีสว่า เขารู้สึกว่าตนเองได้บรรลุ “ความฝันในอาชีพ” ไปเกือบหมดแล้ว โดยเฉพาะตั้งแต่ได้กำกับ Drakengard ภาคแรก ซึ่งเป็นโอกาสที่ทำให้…

โยโกะ ทาโร ผู้สร้างซีรีส์ NieR และ Drakengard ให้สัมภาษณ์ในงานเสวนาที่ปารีสว่า เขารู้สึกว่าตนเองได้บรรลุ “ความฝันในอาชีพ” ไปเกือบหมดแล้ว โดยเฉพาะตั้งแต่ได้กำกับ Drakengard ภาคแรก ซึ่งเป็นโอกาสที่ทำให้เขาได้ทำเกมในแบบที่อยากทำจริง ๆ มากที่สุด เขามองว่าการได้ปล่อยผลงานที่อยากสร้างออกสู่สาธารณะคือเป้าหมายสูงสุดของคนรักเกม และเมื่อไปถึงจุดนั้นแล้ว ชีวิตการทำงานที่เหลือก็เหมือนเป็นช่วงเวลาหลังจากเติมเต็มความฝันแล้ว
แม้จะพูดในทำนองว่าได้ทำตามเป้าหมายสำเร็จแล้ว แต่โยโกะ ทาโระยังยืนยันว่าตนยังทำงานในวงการเกมต่อไป โดยให้เหตุผลทั้งเรื่องรายได้และความกังวลว่าจะปล่อยตัวเองให้ว่างจนกระทบสภาพจิตใจหรือสมอง เขาพูดติดตลกว่า การทำงานต่อไปเป็นเรื่อง “ดีสำหรับการป้องกันภาวะสมองเสื่อม” ซึ่งสื่อและแหล่งข่าวมองว่าอาจเป็นการพูดแบบขบขันมากกว่าการกล่าวอ้างทางการแพทย์โดยตรง
คำพูดของเขาสะท้อนภาพบุคลิกที่แฟนเกมคุ้นเคย คือการพูดแนวประชดประชันและเล่นมุกอยู่เสมอ ขณะเดียวกันก็เผยให้เห็นทัศนะของเขาต่อการทำงานสร้างเกมว่า เขามักมองตัวเองเป็นคนที่ “เติมเต็มช่องว่าง” ในวงการ มากกว่าจะเป็นผู้แข่งขันแย่งพื้นที่กับคนอื่น เขายกตัวอย่างว่าเมื่อได้เจองานอย่าง Ico หรือ Ikaruga ที่สมบูรณ์แบบในแบบของมันแล้ว เขารู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องทำเกมแนวนั้นซ้ำอีก แต่ควรมองหาแนวทางหรือพื้นที่สร้างสรรค์อื่นแทน
เขายังอธิบายด้วยว่าที่ผลงานของเขามักมีเอกลักษณ์แปลกประหลาด ดิบ และเต็มไปด้วยมุมมืด ก็เพราะ “ด้านสวยงาม” ของแนวเกมหรือแนวคิดสำคัญ ๆ มักถูกผู้บุกเบิกจับจองไปแล้ว เขาจึงเลือกสร้างสิ่งที่แตกต่างออกไปแทน แนวคิดนี้ช่วยอธิบายทั้งสไตล์งานของเขาและวิธีคิดที่ทำให้ผลงานอย่าง NieR มีตัวตนชัดเจนในอุตสาหกรรมเกม
อีกประเด็นที่โยโกะ ทาโรแตะคืออนาคตของวงการเกมในยุคที่คนรุ่นใหม่และเครื่องมือ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น เขาพูดว่าหวังจะหลบพ้น “เปลวไฟ” ของการแข่งขันจากคนรุ่นหลังและเทคโนโลยีเหล่านี้ให้ได้ก่อนเสียชีวิต ซึ่งสะท้อนทั้งความกังวลและการยอมรับว่าวงการกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
โดยรวมแล้ว บทสัมภาษณ์นี้ไม่ได้บอกว่าโยโกะ ทาโรจะเลิกทำเกมในเร็ว ๆ นี้ ตรงกันข้าม มันชี้ให้เห็นว่าเขายังมองงานเกมเป็นทั้งอาชีพ แหล่งรายได้ และกิจกรรมที่ช่วยให้ชีวิตยังมีเป้าหมายต่อไป แม้เจ้าตัวจะบอกว่าความฝันหลักบรรลุแล้ว แต่ท่าทีและอารมณ์ขันของเขาก็ทำให้เห็นว่าเขายังมีบทบาทเฉพาะตัวในวงการเกมญี่ปุ่นอีกมากในอนาคต


