Nintendo ปรับ Water Temple ในรีเมก Ocarina of Time ให้เล่นง่ายขึ้น แต่ยังคงโครงสร้างเดิม
Nintendo เปิดเผยรายละเอียดการปรับแต่งดันเจียน Water Temple ในเกม The Legend of Zelda: Ocarina of Time เวอร์ชันรีเมก โดยยืนยันว่าทีมพยายามรักษากลไกหลักและเอกลักษณ์ของดันเจียนเอาไว้ แต่จะปรับปรุงด้านการ…

Nintendo เปิดเผยรายละเอียดการปรับแต่งดันเจียน Water Temple ในเกม The Legend of Zelda: Ocarina of Time เวอร์ชันรีเมก โดยยืนยันว่าทีมพยายามรักษากลไกหลักและเอกลักษณ์ของดันเจียนเอาไว้ แต่จะปรับปรุงด้านการเล่นให้ลื่นไหลและเป็นมิตรกับผู้เล่นมากขึ้นกว่าเดิม
ประเด็นนี้ถูกพูดถึงในบทสัมภาษณ์บนเว็บไซต์ของ Nintendo ซึ่งมี Eiji Aonuma โปรดิวเซอร์และผู้กำกับซีรีส์ Zelda รวมถึง HokWai Ng จาก Production Group No.3 ร่วมอธิบายแนวคิดเบื้องหลังการออกแบบใหม่ Aonuma กล่าวด้วยว่า Water Temple เป็นเหมือน “การบ้านที่ค้างมานาน” เพราะเขาเป็นคนสร้างดันเจียนนี้ไว้ตั้งแต่ยุค 90 และต้องการกลับมาแก้จุดที่ขึ้นชื่อว่าเล่นยากมากในเกมต้นฉบับ
Water Temple ใน Ocarina of Time เวอร์ชันปี 1998 เป็นหนึ่งในดันเจียนที่แฟนเกมจดจำมากที่สุดจากความซับซ้อนของปริศนา ระบบระดับน้ำ การสลับไอเทมบ่อยครั้ง และการนำทางที่ทำให้ผู้เล่นจำนวนมากสับสนได้ง่าย Nintendo ระบุว่าในรีเมกยังคงใช้โครงสร้างและกลไกเดิมเป็นหลัก แต่ปรับจุดต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เล่นเข้าใจทิศทางและอ่านพื้นที่ได้ง่ายขึ้น โดยมีการจัดวางวัตถุใหม่บางส่วนเพื่อชี้นำเส้นทางแบบเป็นธรรมชาติมากกว่าเดิม
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการแก้ปัญหาการ “เปิดเมนู-สลับไอเทม” ที่เคยทำให้จังหวะการเล่นสะดุด Nintendo บอกว่าระบบนี้ทำได้สะดวกขึ้นมากในเวอร์ชันใหม่ และมีการปรับองค์ประกอบบางส่วนของผนังจากแบบทึบให้เป็นโครงตะแกรง เพื่อให้มองเห็นห้องด้านหลังและประเมินพื้นที่โดยรวมได้ดีกว่าเดิม ซึ่งช่วยลดอาการหลงทางโดยไม่ทำลายความรู้สึกของดันเจียนต้นฉบับ
บทความยังชี้ว่ารีเมกเวอร์ชันนี้นำองค์ประกอบบางอย่างจาก 3DS กลับมาใช้อีกครั้ง เช่น แสงที่ช่วยบอกตำแหน่งจุดเปลี่ยนระดับน้ำ และการถอด Iron Boots ได้ทันทีโดยไม่ต้องหยุดเกมเข้าเมนูอุปกรณ์ นั่นสะท้อนว่า Nintendo ไม่ได้ตั้งใจทำให้ดันเจียนง่ายลงแบบตรงไปตรงมา แต่พยายามออกแบบใหม่เพื่อแก้ปัญหาความยุ่งยากเชิงประสบการณ์ผู้เล่นแทน
ท้ายบทสัมภาษณ์ยังมีมุมอารมณ์ขันที่สะท้อนพลังความทรงจำของแฟน Zelda ข้ามรุ่น โดยทีมพัฒนาหวังว่ารีเมกนี้จะกลายเป็นตัวจุดบทสนทนาระหว่างคนเล่นเก่าและผู้เล่นรุ่นใหม่ และอาจทำให้ลูกหลานได้แซวพ่อแม่ที่เคยติด Water Temple สมัยก่อน ขณะเดียวกันก็เป็นสัญญาณว่า Nintendo ต้องการรีเฟรชเกมคลาสสิกให้เข้าถึงง่ายขึ้น โดยยังคงเคารพเสน่ห์ดั้งเดิมของผลงานระดับตำนานเอาไว้


