รีวิว Nintendo Switch Sports Resort: ใหญ่ขึ้น สนุกขึ้นเมื่อเล่นกับเพื่อน แต่ไม่ลึกพอจะทดแทน Wii Sports
Nintendo Switch Sports Resort พยายามสานต่อเสน่ห์แบบเดียวกับยุค Wii Sports ด้วยแนวคิด “มากขึ้น” ทั้งจำนวนกีฬา ชุดแต่งกาย โหมดเล่น และของสะสม โดยรวมแล้วเกมทำได้ตามเป้าหมายบางส่วน เพราะมีมินิเกมกีฬา 12…

Nintendo Switch Sports Resort พยายามสานต่อเสน่ห์แบบเดียวกับยุค Wii Sports ด้วยแนวคิด “มากขึ้น” ทั้งจำนวนกีฬา ชุดแต่งกาย โหมดเล่น และของสะสม โดยรวมแล้วเกมทำได้ตามเป้าหมายบางส่วน เพราะมีมินิเกมกีฬา 12 แบบและมีคอนเทนต์ให้ชวนเพื่อนมาปาร์ตี้ได้เยอะ แต่ขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกว่าเกมเน้นความกว้างมากกว่าความลึก หลายโหมดให้ความบันเทิงแบบผิวเผิน มากกว่าจะเป็นชุดประสบการณ์ที่แน่นและน่าจดจำเท่าต้นฉบับ Wii Sports ที่เคยสร้างมาตรฐานไว้สูงมาก
ในบรรดากีฬาแต่ละชนิด คุณภาพค่อนข้างแกว่งอย่างเห็นได้ชัด บางเกมออกแบบมาได้ดีและใช้ Joy-Con ได้สร้างสรรค์ เช่น Archery ที่ถูกยกให้เป็นไฮไลต์ของแพ็กเกจเพราะจับความรู้สึกของการยิงธนูได้แม่นยำและมีด่านหลากหลายให้เล่นซ้ำได้ ส่วนเกมที่กลับมาอย่าง Basketball กลับยังติดปัญหาเดิมเรื่องความเป็นสคริปต์และการควบคุมที่ไม่ให้อิสระเท่าที่ควร จนไม่ค่อยตอบโจทย์ความสนุกแบบปาร์ตี้เท่าที่ควร
กีฬาใหม่บางรายการก็มีทั้งจุดเด่นและจุดสะดุด Power Cruising พยายามใช้ Joy-Con เสมือนแฮนด์จับเจ็ตสกี แต่การควบคุมค่อนข้างฝืนและให้ความรู้สึกเหมือนลูกเล่นมากกว่าสปอร์ตที่เล่นได้สนุกจริง ขณะที่ Thumb Wrestling กลับสร้างความประหลาดใจในทางบวก แม้จะดูขำ ๆ แต่มีชั้นเชิงและแท็กติกพอให้การแข่งขันออนไลน์และเล่นกับเพื่อนเกิดสีสันได้ดี ผู้เล่นสามารถหลอกล่อ อ่านเกม และพลิกสถานการณ์กันไปมาได้อย่างน่าสนุก
อีกจุดที่โดดเด่นคือระบบควบคุมและกิจกรรมสำรวจบนเกาะ Wuhu Island โดยเฉพาะ Sightseeing Tour ที่ให้ผู้เล่นขับเครื่องบินเล็กตระเวนหาจุดสนใจและเก็บบันทึกสถานที่ต่าง ๆ ทำให้โลกของเกมมีความเป็นสถานที่จริงมากขึ้น ไม่ใช่แค่เมนูสลับสนามกีฬาไปมาเฉย ๆ โหมดนี้ช่วยเชื่อมบรรยากาศของทุกกิจกรรมเข้าด้วยกัน และยังเปิดโอกาสให้ผู้เล่นค้นหาอะไรลับ ๆ ระหว่างเดินทางได้พอสมควร
อย่างไรก็ตาม เมื่อเล่นคนเดียว เกมนี้จะลดความน่าสนใจลงมาก เพราะแก่นของซีรีส์แนวนี้อยู่ที่การแข่งขันและเสียงเฮของคนรอบข้าง โหมด Island Crown ที่ให้ไต่แรงก์ในกีฬาหลายประเภทช่วยเติมโครงสร้างให้การเล่นเดี่ยวได้บ้าง แต่ก็ยังไม่สามารถทดแทนบรรยากาศการแข่งขันแบบกลุ่มได้ทั้งหมด สรุปคือเกมทำหน้าที่เป็นของเล่นปาร์ตี้ได้ดีพอสมควร แต่แรงจูงใจในการเล่นต่อยาว ๆ เมื่อไม่มีเพื่อนอยู่ด้วยยังค่อนข้างจำกัด
ในฝั่งมัลติเพลเยอร์ท้องถิ่น เกมกลับฉายแววชัดเจนที่สุด เพราะความวุ่นวาย เสียงเชียร์ และการโต้ตอบกันในห้องช่วยยกระดับกีฬาแต่ละชนิดให้สนุกกว่าตอนเล่นคนเดียวอย่างมาก เกมอย่าง Volleyball หรือ Golf ที่ดูธรรมดาในโหมดเดี่ยว กลับกลายเป็นแมตช์ที่ลุ้นกันสุดตัวเมื่อเล่นกับเพื่อนหรือคนในบ้าน นอกจากนี้เมนูที่กดไปมารวดเร็วทำให้เปลี่ยนเกมได้ไหลลื่น และบางกีฬาอย่าง Skateboarding ยังใช้โหมด mouse mode ของ Joy-Con ได้สร้างสรรค์จนกลายเป็นการแข่งขันไล่ทำเวลาแบบจริงจัง
ข้อสังเกตสำคัญคือบางโหมดต้องใช้ Joy-Con สองข้างต่อคน เช่น Boxing และ Power Cruising ทำให้ผู้เล่นที่มีคอนโทรลเลอร์แค่ชุดเดียวจาก Switch 2 เล่นโหมดเหล่านี้ไม่ได้เต็มที่หากไม่มีอุปกรณ์เสริมเพิ่ม แม้จะเป็นข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์ที่เข้าใจได้ แต่ก็ส่งผลต่อความสะดวกในการหยิบมาเล่นแบบงานสังสรรค์อยู่ไม่น้อย
โดยสรุป IGN มองว่า Nintendo Switch Sports Resort เป็นเกมที่ไม่สามารถโค่นความยิ่งใหญ่ของ Wii Sports ต้นฉบับได้ แต่ก็ประสบความสำเร็จพอสมควรในฐานะเกมปาร์ตี้ที่หยิบออกมาเล่นกับเพื่อนแล้วสร้างเสียงหัวเราะได้จริง หากมองหาความสนุกแบบรวดเร็ว เข้าถึงง่าย และมีเสน่ห์แบบเด็ก ๆ เกมนี้ยังตอบโจทย์ได้ดี เพียงแต่ถ้าคาดหวังความลึก ความหลากหลายเชิงคุณภาพ และความสดใหม่ระดับที่พลิกวงการเหมือนของเดิม อาจยังไม่ถึงจุดนั้น


