สภาคองเกรสสหรัฐฯ จี้สอบแผนเดลาแวร์เปิดทางให้บริษัทที่บริหารโดยเอไอ
ประเด็นที่ถูกจับตามองในสหรัฐฯ คือข้อเสนอของรัฐเดลาแวร์ที่จะเปิดทางให้เกิดนิติบุคคลรูปแบบใหม่สำหรับบริษัทที่ดำเนินงานด้วยเอไอเอเจนต์ หรือแนวคิดคล้าย “Artificial Intelligence Company” ซึ่งอาจทำให้ระบบ…

ประเด็นที่ถูกจับตามองในสหรัฐฯ คือข้อเสนอของรัฐเดลาแวร์ที่จะเปิดทางให้เกิดนิติบุคคลรูปแบบใหม่สำหรับบริษัทที่ดำเนินงานด้วยเอไอเอเจนต์ หรือแนวคิดคล้าย “Artificial Intelligence Company” ซึ่งอาจทำให้ระบบอัตโนมัติสามารถมีบทบาทบริหารกิจการได้มากขึ้น โดยไม่ต้องมีมนุษย์ควบคุมในทุกขั้นตอน ข้อเสนอนี้ถูกมองว่าเป็นความพยายามยกระดับกรอบกฎหมายให้รองรับธุรกิจยุคเอไอ แต่ก็สร้างคำถามหนักเรื่องความรับผิดชอบเมื่อเอไอสร้างความเสียหายหรือทำการที่เสี่ยงเกินควร
จิม โคเมอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกันและประธานคณะกรรมาธิการกำกับดูแลและปฏิรูปของสภา ส่งจดหมายถึงผู้ว่าการรัฐเดลาแวร์ มัตต์ เมเยอร์ เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับความพยายามของรัฐบาลรัฐในการผลักดันโครงสร้างบริษัทแบบใหม่ดังกล่าว โคเมอร์ระบุว่าคณะกรรมาธิการต้องการเอกสารที่เกี่ยวข้องกับแนวนโยบายนี้ เพราะเห็นว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะถูกใช้เป็นเครื่องมือเลี่ยงความรับผิดทางกฎหมาย
สาระสำคัญของความกังวลคือ หากบริษัทถูกวางโครงสร้างให้เอไอเป็นผู้ตัดสินใจหรือดำเนินการหลัก เจ้าของมนุษย์ นักลงทุน หรือผู้มีอำนาจควบคุมอาจอ้างได้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการทำงานของระบบอัตโนมัติ ไม่ใช่การกระทำโดยตรงของคน ส่งผลให้เกิดช่องโหว่ในการหลีกเลี่ยงความรับผิด ทั้งในด้านความเสียหายต่อผู้บริโภค คู่ค้า หรือสาธารณะ
โคเมอร์ยังเตือนว่าแนวคิดนี้อาจเปิดช่องให้เกิดการ “ยึดกุมกฎเกณฑ์” โดยกลุ่มผลประโยชน์ที่ไม่โปร่งใส ซึ่งอาจใช้ความเป็นนวัตกรรมของนโยบายเอไอเป็นฉากบังหน้าในการสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันหรือผลักดันกฎที่เอื้อให้บริษัทบางกลุ่มได้ประโยชน์มากกว่าผู้เล่นรายอื่น เขามองว่าประเด็นนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เกี่ยวพันกับธรรมาภิบาล การแข่งขัน และการกำกับดูแลตลาดด้วย
โดยรวม เรื่องนี้สะท้อนความตึงเครียดระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมเอไอกับการรักษาหลักการรับผิดทางกฎหมายในภาคธุรกิจ หากรัฐหรือประเทศใดเปิดทางให้เอไอดำเนินธุรกิจได้จริง คำถามสำคัญจะไม่ใช่แค่ว่าเทคโนโลยีทำอะไรได้ แต่จะรวมถึงใครต้องรับผิดเมื่อมันทำผิดพลาด และกติกาแบบใดที่จะป้องกันไม่ให้โครงสร้างใหม่กลายเป็นเครื่องมือหลบเลี่ยงความรับผิดของคนและทุนที่อยู่เบื้องหลัง


