ทดสอบปลดล็อก Multi Frame Generation บน RTX 4070 Super พบแรงขึ้นมาก แต่ยังมีอาการภาพเพี้ยนบางเกม
บทความนี้เป็นการทดลองใช้งาน Multi Frame Generation (MFG) แบบไม่เป็นทางการบนการ์ดจอ RTX 4070 Super ซึ่งตามสเปกของ Nvidia รองรับได้สูงสุดเพียงระดับ 2x เท่านั้น ขณะที่ฟีเจอร์ MFG ที่สูงกว่า เช่น 4x หรือ…

บทความนี้เป็นการทดลองใช้งาน Multi Frame Generation (MFG) แบบไม่เป็นทางการบนการ์ดจอ RTX 4070 Super ซึ่งตามสเปกของ Nvidia รองรับได้สูงสุดเพียงระดับ 2x เท่านั้น ขณะที่ฟีเจอร์ MFG ที่สูงกว่า เช่น 4x หรือ 6x ถูกจำกัดไว้สำหรับ RTX 50-series เนื่องจากมีฮาร์ดแวร์เฉพาะอย่าง Tensor cores ที่ทรงพลังขึ้นและตัวประมวลผลจัดการ AI เพิ่มเติม ผู้เขียนจึงใช้อุปกรณ์และม็อดผ่าน ReShade HDR Installer เพื่อปลดล็อกการทดสอบเกินข้อจำกัดปกติ และต้องการดูว่า RTX 40-series ที่มีอยู่จะดึงประสิทธิภาพเพิ่มได้แค่ไหนโดยไม่ต้องอัปเกรดการ์ดใหม่
การทดสอบทำกับเกมเล่นคนเดียวหลายแนวที่รองรับ MFG ในระดับต่างกัน โดยใช้ความละเอียด 1440p ปรับกราฟิกระดับ High เปิด DLSS โหมด Balanced และปิดเทคโนโลยีอย่าง ray tracing เพื่อให้เห็นผลของ MFG ชัดเจนขึ้น ผู้เขียนตั้งใจหยุดที่ระดับ 4x ในหลายเกม เพราะไม่ได้ทุกเกมจะไปได้ถึง 6x และต้องการสะท้อนการใช้งานที่คนใช้ RTX 40-series น่าจะลองได้จริงมากกว่า ทั้งยังหลีกเลี่ยงเกมออนไลน์หรือเกมที่มีระบบป้องกันโกง เพราะม็อดลักษณะนี้อาจถูกมองว่าเข้าข่ายผิดเงื่อนไขและเสี่ยงโดนแบน
ผลทดสอบโดยรวมพบว่า เมื่อปลดล็อก MFG บน RTX 4070 Super เฟรมเรตเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอย่างมากในหลายเกม และค่า 1% low ก็ยกระดับขึ้นพอสมควรด้วย เช่นใน Black Myth: Wukong, Cyberpunk 2077, Pragmata, Lost Records: Bloom & Rage, Vampire: The Masquerade – Bloodlines 2 และ The Thaumaturge ตัวเลขเฟรมเรตพุ่งสูงกว่าการใช้ 2x MFG ตามปกติในหลายกรณี ทำให้ภาพรวมการเล่นดูลื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้จะเป็นการทำงานผ่านม็อดที่ไม่รองรับอย่างเป็นทางการก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ใช้งานจริงไม่ได้ดีเท่าตัวเลขเสมอไป ผู้เขียนพบว่าแต่ละเกมตอบสนองต่อ MFG ไม่เท่ากัน บางเกมอย่าง Lost Records: Bloom & Rage ให้ภาพลื่นต่อเนื่องและแทบไม่เห็นปัญหานอกจากรายละเอียดภาพบางจุดที่นิ่มลงเล็กน้อย แต่บางเกมกลับมีอาการหน่วงหรือภาพบิดเบือนชัดกว่าเดิม โดยเฉพาะ Vampire: The Masquerade – Bloodlines 2 ที่มีทั้งอาการกระตุกและ artifacting เมื่อวิ่งเร็วหรือเคลื่อนที่ผ่านฉาก ในขณะที่ The Thaumaturge ก็มี ghosting ให้เห็นในบางฉากสนทนาและระหว่างต่อสู้
สิ่งที่บทความชี้ให้เห็นคือ MFG ที่เพิ่มขึ้นไม่ได้แปลว่าจะใช้งานได้ดีเท่ากันทุกกรณี และคุณภาพของประสบการณ์ขึ้นอยู่กับทั้งตัวเกมและรูปแบบการเคลื่อนไหวในฉากด้วย แม้การปลดล็อกนี้จะช่วยให้การ์ดรุ่นเก่ากว่าเข้าถึงระดับเฟรมเรตที่สูงขึ้นได้จริง แต่ก็ต้องแลกมากับความเสี่ยงด้านภาพหลอน ภาพซ้อน ความนิ่งของเฟรม และข้อจำกัดทางเทคนิคที่ Nvidia ออกแบบไว้ตั้งแต่ต้น
ในมุมสรุป บทความนี้สะท้อนว่าฮาร์ดแวร์ RTX 40-series ยังพอมีศักยภาพเหลืออยู่สำหรับงานด้าน AI frame generation แต่การข้ามข้อจำกัดอย่างไม่เป็นทางการไม่ได้ทำให้ผลลัพธ์เทียบเท่าการ์ดรุ่นใหม่เสมอไป สำหรับผู้เล่นที่อยากรีดประสิทธิภาพจากการ์ดที่มีอยู่ การทดลองแบบนี้น่าสนใจและให้ผลลัพธ์เกินคาดในบางเกม ทว่าผู้ใช้ยังต้องยอมรับความไม่เสถียรและความเสี่ยงจากการพึ่งพาม็อดแทนการรองรับอย่างเป็นทางการ


