งานวิจัยใหม่ชี้ สมองหลังใช้ไซเคเดลิกอาจไม่ใช่ความโกลาหลล้วน
งานเขียนชิ้นนี้กล่าวถึงมุมมองใหม่ต่อผลของสารไซเคเดลิกต่อสมอง ซึ่งต่างจากความเข้าใจหลักในช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่มองว่าเมื่อรับยาแล้วเครือข่ายสมองจะ “แตกกระจาย” และสื่อสารกันแบบไร้ทิศทางจนเกิดสภาวะคล้าย…

งานเขียนชิ้นนี้กล่าวถึงมุมมองใหม่ต่อผลของสารไซเคเดลิกต่อสมอง ซึ่งต่างจากความเข้าใจหลักในช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่มองว่าเมื่อรับยาแล้วเครือข่ายสมองจะ “แตกกระจาย” และสื่อสารกันแบบไร้ทิศทางจนเกิดสภาวะคล้ายความโกลาหล นักประสาทวิทยา เดวอน สโตลิเคอร์ จากมหาวิทยาลัยโมนาช ตั้งข้อสงสัยว่า คำอธิบายแบบความปั่นป่วนสุ่มอาจไม่เพียงพอที่จะอธิบายประสบการณ์เชิงความหมาย การหยั่งรู้ หรือความแจ่มชัดที่ผู้ใช้หลายคนรายงานหลังใช้สารเหล่านี้
เพื่อทดสอบสมมติฐานดังกล่าว ทีมวิจัยได้ออกแบบการทดลองในโครงการ PsiConnect โดยคัดเลือกอาสาสมัคร 62 คนที่ไม่เคยใช้ไซเคเดลิกมาก่อน ให้รับประทานไซโลไซบินขนาด 19 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ที่พบในเห็ดบางชนิด จากนั้นจึงสแกนสมองทั้งในสภาวะปกติและภายใต้ฤทธิ์ยา ก่อนนำข้อมูลไปวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือ AI เพื่อดูว่ารูปแบบการสื่อสารของสมองเปลี่ยนไปอย่างไร
ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ได้สนับสนุนภาพจำแบบ “สมองวุ่นวายโดยสิ้นเชิง” ตามที่เคยอธิบายกันไว้ แม้การเชื่อมต่อของเครือข่ายสมองจะเปลี่ยนไปและรูปแบบสัญญาณจะซับซ้อนขึ้น แต่ทีมวิจัยมองว่ายังมีโครงสร้างบางอย่างที่สังเกตได้อยู่ ไม่ได้แตกสลายเป็นความสุ่มทั้งหมด งานนี้จึงชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงภายใต้ไซเคเดลิกอาจเป็นการจัดระเบียบใหม่ของการทำงานในสมอง มากกว่าจะเป็นความโกลาหลล้วนๆ
ข้อสรุปดังกล่าวมีนัยสำคัญต่อการทำความเข้าใจว่าทำไมสารกลุ่มนี้จึงสัมพันธ์กับประสบการณ์เชิงบำบัดและผลลัพธ์ด้านสุขภาพจิตในบางกรณี หากรูปแบบการทำงานของสมองยังมีลักษณะเชิงระบบอยู่ ก็อาจช่วยอธิบายว่าทำไมบางคนถึงเกิดความเข้าใจใหม่ ความรู้สึกเชื่อมโยงกับโลก หรือการเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์และพฤติกรรมหลังประสบการณ์ดังกล่าวได้


