แซม อัลต์แมนมองว่า “ซิงกูลาริตี้” ของ AI มาถึงแล้ว และไม่อยากให้รัฐคุมเข้มเกินไป
แซม อัลต์แมน ซีอีโอของ OpenAI ให้สัมภาษณ์กับยูทูบเบอร์ Relentless โดยแสดงความเห็นว่า โลกได้เข้าสู่ช่วง “AI singularity” แล้ว หรืออย่างน้อยก็อยู่ใกล้จุดเปลี่ยนสำคัญที่ปัญญาประดิษฐ์ก้าวมาถึงระดับที่…

แซม อัลต์แมน ซีอีโอของ OpenAI ให้สัมภาษณ์กับยูทูบเบอร์ Relentless โดยแสดงความเห็นว่า โลกได้เข้าสู่ช่วง “AI singularity” แล้ว หรืออย่างน้อยก็อยู่ใกล้จุดเปลี่ยนสำคัญที่ปัญญาประดิษฐ์ก้าวมาถึงระดับที่เมื่อก่อนดูเหมือนเป็นเพียงความฝันไกลตัว เขาบอกว่าจากที่เมื่อสิบปีก่อนแนวคิดนี้ยังฟังดูแทบเป็นเรื่องไม่จริง ตอนนี้กลับกลายเป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า และเขามองว่านี่คือช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิต
อัลต์แมนเชื่อว่าเทคโนโลยี AI เชิงกำเนิดมีศักยภาพสูงมากจนจะสร้างประโยชน์มหาศาลให้กับโลก และเขาแสดงท่าทีค่อนข้างมั่นใจว่าอนาคตของ AI จะ “ยอดเยี่ยม” และช่วยยกระดับสังคมในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ปฏิเสธความเสี่ยงที่ตามมา โดยยอมรับว่าทั้งประเด็นความปลอดภัย ผลกระทบทางเศรษฐกิจ และอนาคตของงานเป็นโจทย์ใหญ่ที่ยังต้องจัดการอีกมาก
อีกแกนสำคัญของบทสัมภาษณ์คือมุมมองต่อการกำกับดูแล เขาเตือนว่าหากสังคมเลือกแลกเสรีภาพเพื่อความปลอดภัยมากเกินไป อาจนำไปสู่ผลเสียระยะยาวมากกว่าผลดี อัลต์แมนจึงผลักดันแนวคิด “liberty” หรือเสรีภาพในการพัฒนาและใช้งาน AI มากกว่าระบบควบคุมแบบรวมศูนย์ที่เข้มงวดเกินไป โดยเขาเปรียบเทียบว่าการปล่อยให้ AI ถูกผูกขาดหรือถูกควบคุมโดยหน่วยงานเดียวอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด
ท่าทีนี้สอดคล้องกับกระแสที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่หลายแห่ง รวมถึง Microsoft, Nvidia และ OpenAI เอง เพิ่งร่วมกันเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ อย่าจำกัดการเข้าถึงโมเดล AI แบบเปิดน้ำหนัก (open weight) มากจนเกินไป โดยให้เหตุผลว่าการเข้าถึงที่กว้างขึ้นจะช่วยให้ผู้ใช้งานและอุตสาหกรรมเตรียมพร้อมรับมืออนาคตของ AI ได้ดีขึ้น
โดยรวมแล้ว บทสัมภาษณ์นี้สะท้อนจุดยืนของ OpenAI ที่ต้องการให้การพัฒนา AI เดินหน้าอย่างรวดเร็วควบคู่กับการดูแลความปลอดภัย แต่ไม่เห็นด้วยกับการคุมเข้มแบบ top-down ที่อาจชะลอนวัตกรรมหรือจำกัดเสรีภาพมากเกินไป ขณะเดียวกัน มันก็ย้ำภาพถกเถียงเดิมในอุตสาหกรรม AI ว่าควรหาจุดสมดุลระหว่างการเปิดให้เทคโนโลยีเติบโตกับการป้องกันความเสี่ยงต่อสังคมอย่างไร


