ผู้ออกแบบ Outlast เผยเพลย์เทสเตอร์คนหนึ่งถึงกับร้องไห้ออกจากสตูดิโอ
ฟิลิปป์ โมแร็ง หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Red Barrels เล่าว่า ความรุนแรงและความสยองของซีรีส์ Outlast ไม่ได้ทำให้ผู้เล่นตกใจเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลกระทบกับคนทำงานในสตูดิโอด้วย เขายืนยันว่าทีมไม่ได้…

ฟิลิปป์ โมแร็ง หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Red Barrels เล่าว่า ความรุนแรงและความสยองของซีรีส์ Outlast ไม่ได้ทำให้ผู้เล่นตกใจเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลกระทบกับคนทำงานในสตูดิโอด้วย เขายืนยันว่าทีมไม่ได้ตั้งใจสร้างเกมที่ “โหดที่สุด” เพื่อเรียกกระแส แต่เป็นความชอบส่วนตัวของผู้ก่อตั้งที่มองว่าเกมสยองขวัญก็ควรมีเลือด ความรุนแรง และบรรยากาศที่หนักหน่วงตามธรรมชาติของแนวเกมนี้
โมแร็งเล่าว่าระหว่างการทดสอบเกม มีเหตุการณ์ที่คนหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับสตูดิโอ—อาจเป็นพนักงานหรือผู้ทดสอบ—เล่นไปได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็วิ่งออกจากสตูดิโอไปร้องไห้ข้างนอก และไม่ได้กลับมาอีก เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าเนื้อหาของ Outlast ข้ามเส้นความสยองทั่วไปไปไกลพอสมควรจนสร้างผลทางอารมณ์จริงจังกับบางคน
เพื่อรับมือกับเรื่องนี้ Red Barrels พยายามคัดกรองผู้สมัครงานให้เข้าใจตั้งแต่แรกว่าทีมสร้างคอนเทนต์ประเภทไหน และต้องคุยกันเรื่องอะไรบ้างในกระบวนการพัฒนา โมแร็งบอกว่าบางครั้งสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องทำงานอาจเป็นประเด็นที่ถ้าไปพูดในสตูดิโออื่นจะกลายเป็นเรื่องให้ฝ่ายบุคคลต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงต้องแน่ใจว่าคนที่เข้ามาทำงานพร้อมรับมือกับบริบทของงานสายนี้จริงๆ
อย่างไรก็ตาม ความโปร่งใสก็ไม่ได้ช่วยได้ทุกครั้ง เขาเล่าด้วยว่ามีคนหนึ่งเข้ามาทำงานวันจันทร์ แต่ลาออกในวันพฤหัสบดี แม้จะรู้มาก่อนว่าเกมของสตูดิโอมีความเลือดสาดและรุนแรง เพราะกลับรับไม่ได้กับประเด็นอื่น โดยเฉพาะเนื้อหาเชิงศาสนาที่เป็นแกนสำคัญของ Outlast 2 ซึ่งว่าด้วยลัทธิคริสเตียนสุดโต่ง
แม้บางคนจะรับไม่ไหว แต่ซีรีส์นี้ยังได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะ The Outlast Trials ที่ทำยอดขายครึ่งล้านชุดในสัปดาห์แรกของช่วง Early Access และทั้งแฟรนไชส์มียอดผู้เล่นรวมแล้วราว 60 ล้านคนตั้งแต่ปี 2013 ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าแนวทางโหดจัดของ Red Barrels กลับเป็นจุดขายสำคัญ และถ้ามี Outlast 3 ออกมา ก็น่าจะยังคงเอกลักษณ์ความสยองเข้มข้นแบบเดิมต่อไป


